New Social Contract & Thai Political Conflict

August 30, 2012

[download Thai report, 40 pages][another link]
[download English version, 36 pages][another link]

(for English, please scroll down)

ได้ฤกษ์อัพเดทเว็บบล็อคตัวเองอีกครั้งครับ

งาน “สัญญาประชาคมใหม่ : ทางออกจากความขัดแย้งช่วงเปลี่ยนผ่านการเมืองของไทย” ทำเสร็จร่างแรกตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมปีที่แล้วแล้ว แต่กว่าจะมีเวลาแก้ไข ตรวจทานความเรียบร้อย และตกลงกับทาง FES (Friedrich Ebert Stiftung) เรื่องวันเปิดตัวหนังสือ ก็ปาเข้าไปเดือนปลายกรกฎาคม 2555 แน่ะครับ

งานนี้เป็นผลจากการดำเนินโครงการ Deliberative Focus Group ที่ รศ.ดร.โคทม อารียา แห่งสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับคุณ Marc Saxer แห่ง FES ซึ่งเชิญนักคิดชั้นนำของไทยมาพูดคุยกันถึงเรื่องปัญหาวิกฤติการเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมา ที่แสดงอาการออกมาตั้งแต่ปี 2548 และวิเคราะห์ย้อนหลังกลับไปจากนั้นอีกระยะหนึ่ง จัดวงคุยเล็กๆ เจอกันราวเดือนละครั้ง และพูดคุยกันมาราวๆ 1 ปี ส่วนผมเป็นคนเรียบเรียงไอเดีย เนื้อหา และประเด็นที่ได้จากวงคุยในโครงการนี้ ให้เป็นเอกสารเล่มนี้ขึ้น โดยตอนเรียบเรียง ก็ผสมกับวงคุย/สัมมนาอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกเล็กน้อย ที่จัดโดย FES และเนื้อหาจากเอกสาร/บทความ/หนังสือ และงานเขียนชิ้นอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกันอีกจำนวนหนึ่ง

งานชิ้นนี้ที่ตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ โดยความสนับสนุนของทาง FES ตลอดโครงการ รวมทั้งนำเอกสารภาษาไทยที่ผมเขียนขึ้น ไปแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยเช่นกัน

ขอขอบคุณอาจารย์และนักคิดต่างๆที่ให้แง่มุมและการวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจต่อสังคมการเมืองไทยในระยะเปลี่ยนผ่านนี้อย่างลุ่มลึกและแหลมคม ขอบคุณสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธิ Friedrich Ebert Stiftung ที่ให้โอกาสและความไว้วางใจให้เรียบเรียงเอกสารชิ้นนี้ขึ้น และขอขอบคุณเป็นพิเศษต่อคุณ Marc Saxer ที่ช่วยอ่านงานเขียนชิ้นนี้อย่างละเอียด (แน่นอน หลังจากที่แปลเป็นภาษาอังกฤษแล้ว) และให้ข้อคิดเห็นที่น่าสนใจมากมาย เสียดายที่ไม่มีเวลาแก้ไขได้ทันตามข้อเสนอแนะของเขา นอกจากนี้ ขอขอบคุณ คุณดวงหทัย บูรณเจริญกิจ, คุณทัศนวรรณ บรรจง และ คุณอรณัฐ นรพฤทธิ์ สำหรับการติดต่อ ประสานงาน และการจัดการอื่นๆ จนเอกสารชิ้นนี้สามารถตีพิมพ์ออกมาได้ และขอขอบคุณผู้แปล ซึ่งข้าพเจ้าไม่ทราบนาม ที่ช่วยแปลงานเขียนภาษาไทยของข้าพเจ้า ออกมาเป็นภาษาอังกฤษในครั้งนี้

[download Thai report, 40 pages][another link]
[download English version, 36 pages][another link]

Here’s come another chance for updating my blog again.

Actually, this paper, entitled “A New Social Contract: The Way out for Thailand’s Political Transformation Crisis”, was finished its first draft since the big flood of Thailand’s central area last year. But due to my difficaulty of allocating available time to revise, re-check everything–we come up with FES (Friedrich Ebert Stiftung) on this book launching day at the end of July 2012.

This report is the written result of a project entitled “Deliberative Focus Group”, co-worked by Prof. Gothom Arya (Institute of Human Rights and Peace Studies) and Dr. Marc Saxer (Friedrich Ebert Stiftung). The project invited many leading thinkers of Thailand to talk about Thailand’s political crisis that manifested since 2005 and might be analyzed back to the past many years or even decades. The mini deliberative forum was hold up once a month and continuously about a year. My role is to complie idea, analysis, issues from these forums and to write it as an article. The some content of this articel were additionally from other round table and seminar, hold by FES, and also some more of the relevant document/article/book

This published article are fully supported by FES, including the translation from my Thai writing into English version.

I’d like to thank you every professors and thinkers for their very deep and sharp perspective/analysis in attempt to understand what wrong and what actually happen in the transition phase of Thailand’s political crisis. Thank you the Institute of Human Rights and Peace Studies, Mahidol Unversity and Friedrich Ebert Stiftung in giving me an opportunity and trust in writing this article. A special thanks for Marc Saxer for reading the manuscript and giving the very detailed and useful comment (surely, after translating into English version). It’s so regret that we have no time left to revise this writing again. Moreover, I’d like to thanks Ms.Duanghathai Buranajaroenkit, Ms.Thatsanavanh Banchong, and Ms. Oranutt Narapruet for working hard in coordination and many other logistic works, so that this article can be published. Finally, thanks for the anonymous translator in translating my Thai manuscript into English version.

[download Thai report, 40 pages][another link]
[download English version, 36 pages][another link]


ความเกลียดชังออนไลน์ในการเมืองไทย : รายงานปี 2

June 6, 2012

[download PDF 55 หน้า]

เพิ่งปรับปรุงแก้ไขรายงานวิจัยปีที่ 2 ของโครงการวิจัย 3 ปี เรื่อง “ความลี้ลับของข้อมูลข่าวสาร : ความรุนแรงและการไม่ใช้ความรุนแรงทางการเมืองในศตวรรษที่ 21 ของไทย” ซึ่งอยู่ภายใต้ชุดโครงการเมธีวิจัยอาวุโสช่วงที่ 2 เรื่อง “สันติวิธีและความรุนแรงในสังคมไทย: ความรู้, ความลับ และ ความทรงจำ” สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. โดยมี ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เป็นหัวหน้าชุดโครงการวิจัย

รายงานปีที่สองนี้ ผมตั้งชื่อให้เป็นเรื่อง “ความเกลียดชังออนไลน์ในความขัดแย้งทางการเมืองของไทย (Online Hate in Thai Political Conflict)” เพราะทำกรณีการเมืองไทยครับ

ขอขอบพระคุณ ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, อ.ภิญญ์ ศิรประภาศิริ และ ผศ.พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล ตลอดจนเพื่อนๆร่วมชุดโครงการวิจัย สำหรับการให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อบทความชิ้นนี้

ตอนนี้ ถ้าไม่มีแรงอ่านเวอร์ชั่น 55 หน้า [download PDF 55 หน้า] อาจจะอ่านจากสไลด์ที่เคยใช้นำเสนอรายงานวิจัยฉบับเต็มไปก่อนครับ [download presentation, 27 slides]

ป.ล. สำหรับรายงานวิจัย ปีที่หนึ่ง เรื่อง “Hate Speech และข้อมูลที่อันตราย : ทางเลือกวิธีตอบโต้ทางการเมือง” (Hate Speech & Harmful Information : Alternatives for Political Response) เป็น การศึกษาเรื่องทำนองนี้ในกรณีต่างประเทศ (56 หน้า) ผมได้มีโอกาสปรับให้เป็นเวอร์ชั่นที่สั้นลงเหลือ 15-20 หน้าและจะนำเสนอในงานประชุมวิชาการสังคมวิทยาชาติ ครั้งที่ 4 “แผ่นดินเดียวกันแต่เหมือนอยู่คนละโลก?”  (ระหว่างวันที่ 18-19 มิ.ย.2555 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ใน ห้องย่อยที่ 9 เรื่องความเปลี่ยนแปลงและความรุนแรงทางสังคมและวัฒนธรรม


Moral Imagination : Book Review (Thai)

April 7, 2012

[Download Book Review – PDF : 8 pages]

The Moral Imagination: The Art and Soul of Building Peace by John Paul Lederach. New York: Oxford University Press, 2005. Pp.200. ISBN-13: 978-0-517454-0. US$14 (pbk).

 

หนังสือเล่มนี้ รีวิวไว้นานแล้ว ไม่มีโอกาสเอาขึ้นในเว็บบล็อกเสียที วันก่อนเพื่อนคนหนึ่งบอกอยากอ่านตัวเล่มจริง เลยบอกว่าจะส่งที่รีวิวไปให้อ่านประกอบ เลยมีโอกาสเอาขึ้นบล็อกตัวเองเสียที

เล่มนี้ มุ่งเน้นที่ความขัดแย้งรุนแรงและยืดเยื้อ (protracted conflict) คนเขียน คือ John Paul Lederach มีฐานเดิมมาจากสายเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ขยายแง่มุมต่างๆอย่างสลับซับซ้อน พยายามไปพ้นวิธีคิดแบบเชิงเส้นและเชิงระบบ เอามิตกวีนิพนธ์และศิลปะมาประกอบ บวกกับไม่ได้มุ่งหมายฝึกนักเจรจาไกลเกลี่ยอาชีพ แต่เน้นที่ให้เกิดเครือข่ายผู้เจรจาไกล่เกลี่ยที่เป็นคนที่อยู่ในชุมชนรายรอบความขัดแย้งรุนแรงนั้นๆเอง

อ่านแล้วก็รู้สึกว่าคิดซับซ้อนยืดหยุ่นดี ไม่ทื่อตรงเหมือนสำนักอื่นๆ แต่ก็ไม่ง่ายที่จะปฏิบัติให้เกิดผลจิง

ประเด็นสำคัญยิ่งอีกประการที่ประกาศไว้ตั้งแต่ชื่อหนังสือเล่มนี้แล้ว คือ เราจะสามารถมี “จินตนาการทางศีลธรรม” (ไม่ว่าจะแปลว่าความดีงาม ความถูกต้อง ความเป็นปกติสุข หรืออะไรก็ตามแต่) ที่ขยายขอบเขตครอบคลุม “ศัตรู” “ฝ่ายตรงข้าม” หรือบุคคลที่เราเห็นว่า “เลวร้าย” ให้ยังคงอยู่ในโลกทางศีลธรรมใบเดียวกับเรา ไม่ตัดเขาออกไปจากโลกแห่งความดีงามของเรา เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำแบบนี้?

คำตอบต่อคำถามนี้ ไม่ง่าย และต้องไปอ่านกรณีศึกษาสำคัญๆหลายๆกรณีที่ขึ้นมาจากชีวิตและเลือดเนื้อจริงในการดำเนินชีวิตของมนุษย์จากหนังสือเล่มนี้ดู

เล่มนี้อาจเหมาะกับบรรยากาศ “ปรองดอง” อันระอุของไทยในช่วงนี้เหมือนกันก็ได้

และเตรียมพบกับพากย์ภาษาไทย เร็วๆนี้

Image

[Download Book Review – PDF : 8 pages]

 


Structural Power of Thai Internet before 2006-Coup & Its Political Action (English presentation)

July 27, 2011

[download PDF : 20 slides]

These slides were presented in the 2nd Asia-Pacific Science, Technology and Society (APSTS) Conference at Northeastern University, Shenyang, China during 19-20 July 2011. I met a lot of scholars from the sub-discipline of “Science, Technology Studies” (STS), in which still in the embryo stage in Thailand.

The content this presentation is not new. It was a part of my PhD dissertation (2010). The content was edited English version of what I had presented or published before at least in two place. The middle parts have been presented in Thai version entitled “Structural Power of Technological System : A Case Study of Internet in Thailand Before 2006-Coup d’ Etat” in The 11th National Congress on Political Science and Public Administration of Thailand (November 25-26, 2010). Some of ending slides was the content published as published in “The Internet & Nonviolent Struggle: The Anti-government movement in Thailand 2005-06”, Social Alternatives. Issue 3. September 2010.

[download PDF : 20 slides]


ภาพอนาคตจังหวัดชายแดนใต้ : เปิดตัวหนังสือ

July 22, 2011

[download PDF 80 pages A5]
[download summary presentation 22 slides]

หนังสือเรื่อง “ภาพอนาคตจังหวัดชายแดนใต้” (Thailand’s Deep South Scenario) นี้ เป็นผลลัพท์ของ “โครงการค้นหากุญแจสู่สุขภาวะชายแดนใต้” ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล โดยได้รับความสนับสนุนจาก Konrad Adenaur Stiftung และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

งานชิ้นนี้ พยายามจะใช้วิธีการสร้างภาพอนาคต (scenario building) แบบที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกในโลก ที่ประเทศแอฟริกาใต้มาใช้กับกรณีจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่พยายามทำให้แตกต่างไปจากงานเขียนทั่วไปเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ พยายามทำความเข้าใจความรู้สึกนึกคิดวิธีคิดของฝ่ายขบวนการฯเข้ามาอยู่ในกรอบวิเคราะห์ด้วย

ตัวผมเองเป็นเพียงผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เรียบเรียงขึ้น ภายใต้การดูแลเนื้อหาโดย รศ.ดร.โคทม อารียา แต่เนื้อหาโดยหลัก ต้องถือเป็นผลผลิตทางความคิดและความอุตสาหะของหลากหลายฝ่าย ทั้งที่เป็นชาวบ้าน ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนาอิสลาม กลุ่มชาวพุทธในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งในพื้นที่และที่ส่วนกลาง กลุ่มเยาวชน กลุ่มผู้หญิง สื่อมวลชน นักวิชาการทั้งในพื้นที่และส่วนกลาง ฯลฯ

ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันคิดวิเคราะห์ สนทนา ผ่านวงสานเสวนาที่จัดขึ้นจำนวนราว 20 ครั้ง (เป็นอย่างน้อย) หลายครั้งคุยกันตั้งแต่เช้าจนดึกดื่น จนหลายคนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมในงานเขียนชิ้นนี้เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดหรือความอ่อนด้อยประการใดที่ปรากฏในงานชิ้นนี้ เป็นความรับผิดชอบของผมเพียงคนเดียว

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม 2554 นี้ จะมีการจัดงานเปิดตัวและวิพากษ์วิจารณ์หนังสือเล่มนี้ ที่โรงแรมเอเชีย (ทั้งวัน) ใครสะดวกและสนใจ อยากร่วมก็เรียนเชิญนะครับ (ดูกำหนดการ ที่เว็บศูนย์สันติฯ หรือที่เว็บ Deep South Watch)

ส่วนตัวหนังสือมีอยู่ประมาณ 80 หน้า A5 สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งเล่มโดยคลิ๊กที่นี่

[download PDF 80 pages A5]

[download summary presentation 22 slides] (update July 26, 2011)

หมายเหตุ (updated July 23, 2011)

ความพยายามในการฝ่าทะลุความขัดแย้งที่ยากๆโดยใช้วิธีการสร้างภาพอนาคตนั้น ได้รับความสนใจในประเทศไทยอยู่พอสมควร อาทิเช่น


สันติวิธีกับการวิเคราะห์และการแปลงเปลี่ยนความขัดแย้ง

July 6, 2011

[download PDF : 15 slides)

สัปดาห์ที่แล้ว ได้มีโอกาสไปนำฝึกอบรมเรื่อง “การวิเคราะห์และแปลงเปลี่ยนความขัดแย้ง” (Conflict Analysis & Transformation) ให้กับเครือข่ายร่วมพัฒนาศักยภาพผู้นำสุขภาวะแนวใหม่ (คศน.) ซึ่งมี นพ.ดร.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ เป็นหัวเรือใหญ่

ผู้เข้าร่วมอบรม (trainee) เป็นผู้ที่เก๋าประสบการณ์มากกว่าผมทั้งนั้นเลย ราว 30 กว่าคน กว่าจะรู้และเห็นรายชื่อว่าผู้เข้าร่วมอบรมเป็นใคร ก็คุยกับทีมคนนำฝึกอบรม ว่าน่าจะถอนตัวกันดีกว่า ไม่รู้จะเอาอะไรไปสอนคนเก๋าประสบการณ์ขนาดนั้น แต่ในที่สุดก็ลองลุยดู และก็ฝ่าด่าน “อรหันต์” เหล่านี้มาได้อย่างปางตาย (แต่ก็ฟื้นคืนชีพใหม่แล้ว)

ผมบอกพี่ๆเอาไว้ว่าจะอัพโหลดเนื้อหาที่ใช้นำอบรมมาขึ้นไว้ในที่นี้ เผื่อให้ดาวน์โหลดกันครับ จึงนำมาใส่ไว้ในที่นี้

เนื้อหาโดยหลักๆเป็นการทำความเข้าใจเรื่องทำนองนี้

  1. อะไรคือ “ความขัดแย้ง” บ้าง? เราเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับความขัดแย้งบ้าง?
  2. อะไรคือ “สันติวิธี”? เราเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับสันติวิธีกันบ้าง?
  3. สันติวิธีมีกี่แบบ?
  4. สันติวิธีของไทยตอนนี้เป็นอย่างไร? ที่มักถูกประณามว่า “สันติวิธีหน่อมแน้ม” นั้น จริงๆแล้ว เป็นส่วนใดในสันติวิธีของไทย?
  5. ปกติเรามีท่าทีต่อการเผชิญความขัดแย้งอย่างไร?
  6. เวลาต้องเผชิญความขัดแย้งขนาดใหญ่และยืดเยื้อ เราจะมีกรอบวิธีคิดอย่างไรดี?

บางสไลด์ ไม่มีรายละเอียดอยู่ในนั้น และต้องอาศัยการพูดคุยอธิบายกันเพิ่มเติม

ประเด็นที่เป็นคำถามจากหลายคน (และอาจเกิดกับหลายคนที่อ่านสไลด์ที่ 9-10) คือ สไลด์ที่เอา “ความรุนแรง” และ “การพิพากษา” (หรือกระบวนการทางกฎหมาย/กระบวนการยุติธรรม) มาไว้ที่เดียวกัน ในฐานะที่ส่งผลแบบเดียวกัน คือ “ชนะฝ่ายเดียว” และอยู่ในหมวดเดียวกับท่าทีต่อความขัดแย้งแบบมุ่ง “เอาชนะ” 

ผมขออธิบายไว้ ณ ที่นี้ว่า ท่าทีและวิธีการเผชิญความขัดแย้งเหล่านี้ ใช้ในบริบทที่แตกต่างกัน ไม่มีอันไหนดีที่สุดในทุกสถานการณ์

ในกรณีที่อำนาจของคู่ขัดแย้งไม่เท่ากัน อาจจำเป็นต้องใช้ “กระบวนการทางกฎหมาย” หรือ การฟ้องร้องเข้ามาช่วยเสริมอำนาจคู่ขัดแย้งให้ได้ดุลกัน ก่อนจะนำไปสู่กระบวนการแก้ไขความขัดแย้งได้

วิธีการนี้ รวมถึงกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีการกระทำความผิดชัดเจน เช่น การต่อสู้หรือขัดแย้งกันในกรณีตรวจสอบคอร์รัปชั่น เป็นต้น ท่าทีต่อความขัดแย้ง ดูจะเป็นเรื่องการเอาชนะฝ่ายเดียว ทั้งนี้เป็นเพราะต้องมีการพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนถึงความถูกความผิด แต่จำเป็นต้องเน้นยำไว้เล็กน้อยว่า ไม่ควร “เอาชนะเกินเหตุ” กล่าวคือ ผู้กระทำผิด ก็ต้องได้รับโทษเหมาะสมตามความผิดของตน ไม่น้อยเกินไป และที่สำคัญ ต้องไม่มากเกินไป จนดูราวกับเขาไม่เหลือความเป็นมนุษย์อยู่แล้ว

แต่ถ้าเป็นกรณีที่คู่ขัดแย้ง ไม่ชัดเจนว่าใครผิดทั้งหมด หรือใครถูกทั้งหมด รวมทั้งยังมีความจำเป็นจะต้องอยู่ร่วมกันต่อไปในอนาคตอีก วิธีการเผชิญความขัดแย้งแบบ “ข้ามก้าว” (transcend) น่าจะเป็นผลดีกว่าวิธีอื่นๆ โดยเฉพาะที่มักคิดถึงกันก่อน คือ การประนีประนอม

คลิ๊กที่นี่เพื่อดาวน์โหลด (PDF : 15 แผ่น)

หมายเหตุ : เปลี่ยนชื่อ post จากภาษาอังกฤษ “Conflict Analysis & Transformation” เป็นภาษาไทยและเพิ่มคำว่า “สันติวิธี” เข้าไปเพื่อให้ครอบคลุมเนื้อหาในสไลด์ กลายเป็น “สันติวิธีกับการวิเคราะห์และการแปลงเปลี่ยนความขัดแย้ง” เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2554


Hate Speech & Alternative Response : Full Report

June 16, 2011

[download PDF 56 หน้า]

รายงานวิจัยฉบับเต็มชิ้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย 3 ปี เรื่อง “ความลี้ลับของข้อมูลข่าวสาร : ความรุนแรงและการไม่ใช้ความรุนแรงทางการเมืองในศตวรรษที่ 21 ของไทย” ซึ่งอยู่ภายใต้ชุดโครงการเมธีวิจัยอาวุโสช่วงที่ 2 ปีที่ 1 เรื่อง “สันติวิธีและความรุนแรงในสังคมไทย: ความรู้, ความลับ และ ความทรงจำ” สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. โดยมี ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เป็นหัวหน้าชุดโครงการวิจัย

รายงานวิจัย ปีที่หนึ่งนี้ ผมตั้งชื่อเต็มว่า “Hate Speech และข้อมูลที่อันตราย : ทางเลือกวิธีตอบโต้ทางการเมือง” (Hate Speech & Harmful Information : Alternatives for Political Response)

ส่วนต้นของบทความนี้ เคยนำเสนอแล้วในเวทีวิชาการสาธารณะเพื่อพัฒนาคำถามวิจัย “ออนไลน์ศึกษา” จัดโดยกลุ่ม Thai Netizen ร่วมกับโครงการปริญญาเอก คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันจันทร์ 29 พ.ย. 2553

ขอขอบพระคุณ ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ และ รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ ตลอดจนเพื่อนๆร่วมชุดโครงการวิจัย สำหรับการให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อบทความชิ้นนี้

อย่างไรก็ตาม ควรบันทึกขออภัย อ.อุบลรัตน์ ไว้เล็กน้อยในที่นี้ ว่ายังไม่มีเวลาปรับปรุงบทความตามข้อเสนอแนะอันมีประโยชน์ของ อ.อุบลรัตน์ เสียที ที่นำขึ้นมาแปะไว้ในโพสท์นี้ เพราะคิดว่า ถ้ารอให้เสร็จจริงๆ ก็คงอีกนาน ไม่ได้ขึ้นเสียที (หลังปีใหม่มานี้ เริ่มเข้าสู่สภาวะ “นักวิชาการกรรมกร” เหมือนนักวิชาการไทยหลายคน) จึงขอนำเวอร์ชั่นที่พอจะถือได้ว่าโอเคขึ้นมาก่อน (เวอร์ชั่นนี้ เสร็จมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมแล้ว)

รายงานวิจัยฉบับเต็มชิ้นนี้ มีความยาวค่อนข้างมาก [download PDF 56 pages] และคงจะได้มีโอกาสปรับให้เป็นเวอร์ชั่นที่สั้นลงเหลือ 15-20 หน้าในเร็วๆนี้ เมื่อนั้นคงมีโอกาสพยายามปรับแก้ตามคำแนะนำของ อ.อุบลรัตน์ อีกครั้ง แล้วจะนำขึ้นมาแปะไว้ในที่นี้อีกทีครับ

ตอนนี้ ถ้าไม่มีแรงอ่านเวอร์ชั่น 56 หน้า อาจจะอ่านจากสไลด์ที่เคยใช้นำเสนอรายงานวิจัยฉบับเต็มไปก่อนครับ [download presentation, 21 slides]


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: