ยุวชนจุฬาฯกับโลกาภิวัตน์ : ความเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

บทความนี้ เป็นผลจากการวิจัย ร่วมกับเพื่อนๆหลายคนมากๆ ในช่วงเดือนมีนาคม – กันยายน 2545 ซึ่งยังเป็นช่วงหัดทำวิจัยทางสังคมวิทยาใหม่ๆ ชื่องานวิจัยคล้ายๆกันว่า “ยุวชนจุฬาฯกับโลกาภิวัตน์ : การเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้” ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

พอวิจัยเสร็จแล้วก็เลยเอามาสรุปเป็นบทความและผนวกกับบทสะท้อนของ ปกรณ์ เลิศเสถียรชัย ในฐานะผู้ถูกวิจัยไ้ว้ตอนท้าย (ตอนนั้นเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน และยังไม่ได้เริ่มทำงานร่วมกัน) และได้มีโอกาสไปนำเสนอในการประชุมทางวิชาการระดับชาติ สาขาสังคมวิทยา ครั้งที่ 2  เรื่อง “พลังงานสังคมไทยในทศวรรษหน้า : ทางเลือกกับความเป็นจริง”, จัดโดยคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาสังคมวิทยา  ณ  โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวชั่น กรุงเทพฯ, 19 – 20 ธันวาคม 2546.

อันที่จริง บทความนี้เขียนขึ้นก่อนบทความ “An Alternative Youth Movement in Thailand” (ซึ่งเขียนครอบคลุมย้อนกลับไปถึงการทำงานกับเยาวชนในมหาวิทยาลัยของผม ตั้งแต่เริ่มก้าวขาเข้าสู่วงการสังคมศาสตร์ ครั้งแรกเมื่อหลังสงกรานต์ ปี 2544 เลยทีเีดียว) แต่บทความเรื่อง “ยุวชนจุฬาฯกับโลกาภวัตน์” นี้ที่เขียนขึ้นก่อนเพราะต้องไปนำเสนอในเวทีสังคมวิทยาระดับภาคกลางก่อน แล้วจึงได้รับการคัดเลือกในนำเสนอในเวทีระดับชาติอีกทีหนึ่ง เนื้อหาที่ใส่เข้ามาในนี้ เป็นเนื้อหาปรับปรุงล่าสุดที่นำเสนอในเวทีระดับชาติ

บทคัดย่อ :

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ภายใต้วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างและพัฒนากลุ่มนิสิตให้มีความคิดสร้างสรรค์และรู้เท่าทันการให้ความหมายกับชีวิตและสังคมของตนเองเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเองและขับเคลื่อนสังคมไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งยังสร้างความรู้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมวัยรุ่นไทยร่วมสมัยให้ได้เรียนรู้และเข้าใจตนเอง รวมทั้งสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมของนิสิตจุฬาฯในการสร้างสังคมยุคใหม่ ซึ่งนิสิตเป็นผู้มีส่วนสำคัญต่อการมีส่วนได้ส่วนเสียจากการปฏิรูปมหาวิทยาลัยในการแสดงจุดยืนบนพื้นที่ของมหวิทยาลัย การแสดงความหมายต่อตัวตนในบริบทที่เปลี่ยนแปลง

ผลการวิจัยพบว่า เกิดเครือข่ายกิจกรรมนิสิตนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย นิสิตมีการระดมความคิดเห็นที่มีต่อมหาวิทยาลัยในแง่มุมต่างๆ จากประสบการณ์ของปัญหาที่แตกต่างกัน นอกจากนั้นยังเกิดการริเริ่มกิจกรรมใหม่ๆ สร้างสรรค์ เป็นการก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของบริบททางสังคมที่แวดล้อม เช่น การวิจารณ์สื่อต่างๆ ทั้งหนังสือ เพลง ภาพยนตร์ นิสิตเกิดการตระหนักที่ว่ามาเรียนมหาวิทยาลัยกันทำไม? ได้ตั้งคำถามต่อมหาวิทยาลัยที่พวกเขากำลังใช้ความเป็นนิสิตอาศัยอยู่ หรืออีกนัย มหาวิทยาลัยที่ดำรงอยู่เพราะมีพวกเขาเป็นองค์ประกอบให้ความหมายมีตัวตน ว่า ความเป็นมหาวิทยาลัยในบริบทที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลง มีบทบาทอย่างไร หรือมีบทบาทแค่ไหนกันแน่ในการกำหนดตำแหน่งแห่งที่ของนิสิต ในฐานะสมาชิกของสังคม นิสิตได้เปลี่ยนสถานภาพจากการเป็นผู้ถูกศึกษามาเป็นผู้ศึกษา จากภาพลักษณ์โดยทั่วๆไปที่ผู้ใหญ่ในสังคมมองฐานะของนิสิต ให้ความหมายตัวตนของนิสิตว่าต้องมีลักษณะ หรือบทบาทอย่างไร เป็นการสร้างความหมายตัวตนของนิสิตโดยคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวนิสิตเอง การวิจัยครั้งนี้ นิสิตลุกขึ้นมาแสดงความเป็นตัวตนของความเป็นนิสิตเองผ่านกิจกรรมที่เขาทำ แสดงให้คนอื่น (ผู้ใหญ่) รู้จักนิสิตจากสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาเผยเป็นภาพลักษณ์ภายนอก นิสิตมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ชีวิตประจำวัน โลกแห่งการเรียนรู้ของคนที่แตกต่างกัน มาจากบริบททางสังคมที่แตกต่างกัน อันเป็นจุดเริ่มต้นของความสนใจในเรื่องสภาพสังคมในปัจจุบันโดยมองผ่านในแง่มุมประวัติศาสตร์ เกิดเป็นความนึกคิดต่อปัจจุบัน และอนาคตของสังคมจากนิสิตผู้ใช้คุณค่าของสังคม โดยการให้ความหมายสังคมที่ตนมีตำแหน่งแห่งที่อยู่ด้วยตัวเอง

>>> อ่านฉบับเต็ม (PDF : 22 หน้า A4)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: