summary : อภัยวิถีในอิสลาม

สุชาติ เศรษฐมาลินี, “อิสลาม : ความรุนแรงและการเมืองแห่งอภัยวิถี” ใน ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 ก.ค.-ก.ย. 2547.

สำหรับงานชิ้นนี้ เป็นงานที่น่าสนใจอีกชิ้นหนึ่ง และอภิปรายวัฒนธรรมและวิธีคิดในอิสลามโดยโยงเข้ากับเหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ได้อย่างน่าสนใจ แต่ในที่นี้ ผมไม่ได้สรุปย่อ (summarize) บทความนี้มา แต่จะขอหยิบยกตัวอย่างของสันติวิธีในประวัติศาสตร์อิสลามที่สุชาตินำมากล่าวถึงไว้อย่างน่าสนใจอย่างน้อย 2 ตัวอย่าง  ซึ่งสานต่อความคิดเรื่อง “การเมืองแห่งการให้อภัย” ของชัยวัฒน์ สถาอานันท์นั้น (ดู annotaion; ดู summary)

ตัวอย่างแรก คือ ครั้งหนึ่งศาสดามุฮัมหมัดและสานุศิษย์กลับจากการเดินทางไปนครมะดีนะห์เพื่อละหมาดให้แก่ผู้เสียชีวิตในสนามรบ ท่านถามสานุศิษย์ว่าหากผ่านไปพบผู้บาดเจ็บซึ่งมีทั้งฝ่ายมุสลิมและฝ่ายตรงข้ามนอนกระหายน้ำอยู่ในสนามรบหลังการต่อสู้ ควรจะให้น้ำแก่ใคร สานุศิษย์ทั้งหมดตอบว่ควรให้แก่พี่น้องมุสลิมอย่างแน่นอน แต่ท่านศาสดาตอบกลับว่าท่านจะให้น้ำกับทั้งสองฝ่าย ทำให้สานุศิษย์ประหลาดใจยิ่ง

ศาสดามุฮัมหมัดอธิบายต่อไปว่าเพราะนี่เป็นสถานการณ์พิเศษที่แตกต่างออกไป ในสภาวะเช่นนี้ “ผู้อื่น” หรือ “ฝ่ายตรงข้าม” ไม่ได้อยู่มีสถานะเป็นศัตรูอีกต่อไป เพราะเขาเป็นเพียงผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้กระหายน้ำ และเป็นเพื่อนมนุษย์ที่ต้องการมีชีวิตรอดเช่นกัน ดังนั้น ท่านจึงจะให้น้ำทั้งสองฝ่ายเท่าๆกัน แม้หลังจากนั้น จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามมีแรงลุกขึ้นมาสู้กับฝ่ายมุสลิมต่อไปก็ตาม [1]

ตัวอย่างที่สอง ครั้งหนึ่ง อาลี อิบนิ อะบูตอลิบ ลูกพี่ลูกน้องและเป็นลูกเขยศาสดาโมฮัมหมัดกล่าวแก่ศัตรูในสนามรบ หลังจากศัตรูพลาดท่าถูกท่านอาลีเอาดาบจ่อคอ และศัตรูถ่มน้ำลายใส่หน้าท่านอาลี เพื่อท้าทายให้ฆ่าตน ท่านอาลีโกรธมาก แต่ในที่สุดท่านก็ลดดาบลงและขยับตัวออกจากชายผู้นั้น พร้อมกับกล่าวว่า

“…ขณะที่ท่านถ่มน้ำลายใส่หน้าฉันนั้น ฉันยอมรับว่ารู้สึกโกรธมากจนทำให้อารมณ์ใฝ่ต่ำเข้าครอบงำจนเกือบจะฟันท่านให้ตายไปในทันที หากแต่ขณะเดียวกันนั้นเอง ฉันสำนึกได้ว่าหากฉันฆ่าท่านเพื่อสนองอารมณ์โกรธของฉัน ย่อมถือว่าฉันได้กระทำบาปอย่างมหันต์ และชื่อฉันจะต้องถูกจารึกในฐานะผู้เป็นฆาตกร ไม่ใช่ในฐานะผู้ที่ปกป้องศาสนาเนื่องจากการถูกกดขี่รุกราน…ฉันไม่อาจสังหารท่านด้วยอารมณ์ใฝ่ต่ำเช่นนั้นได้” (หน้า 195)

ตัวอย่างนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าปฏิกิริยาเชิงอารมณ์ในเบื้องแรกซึ่งเป็นความโกรธที่ถูกถ่มน้ำลายใส่หน้า ได้ถูกฉุดรั้งให้ยั้งคิดด้วยการมีสติต่อหลักการของภูมิปัญญาอิสลาม ซึ่งในที่นี้คือหลักแห่งการปกป้องศาสนา เรื่องราวการสนทนากันดังกล่าวนี้ นับเป็นตัวอย่างจากประวัติศาสนาอิสลามที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด “ขันติธรรม” ซึ่งผมเห็นว่าเป็นแนวคิดหนึ่งภายใต้ร่มหัวข้อสันติวิธีที่ยังมีการศึกษาอยู่น้อยในวงวิชาการไทย แนวคิดขันติธรรมนี้ ได้รับการกล่าวย้ำในข้อเสนอของรายงานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) ด้วยเช่นกัน (ดู annotaion; ดู summary)

end note

[1] Henry Bayman, The Secret of Islam : Love, Law and in the Religion of Ethics, Berkley: North Atlantic Books, 2003. p. 53-54 อ้างใน สุชาติ, เพิ่งอ้าง, หน้า 194

One Response to summary : อภัยวิถีในอิสลาม

  1. ทๆไมเป็นเช่นนั้น says:

    มุสลิมส่วนใหญ่ตกนรก

    ท่านศาสดามุฮำมัด(ศ) ได้กล่าวว่า : แท้จริงประชาชาติของศาสดามูซา (อ) ได้แตกออกภายหลังจากเขาเป็น 71 จำพวก มีหนึ่งกลุ่มเท่านั้นที่รอด ส่วนอีก 70 อยู่ในไฟนรก

    และประชาชาติของศาสดาอีซา (อ) ได้แตกออกภายหลังจากเขาเป็น 72 จำพวก มีหนึ่งกลุ่มเท่านั้นที่รอด ส่วนอีก 71 อยู่ในไฟนรก

    และแท้จริงประชาชาติของฉัน จะแตกออกภายหลังจากฉันเป็น 73 จำพวก มีกลุ่มเดียวเท่านั้นที่รอด ส่วนอีก 72 จะอยู่ในไฟนรก
    ( หนังสือบิฮารุล อันวาร เล่มที่ 28 หน้า 4 บาบที่ 1 อิ๊ฟติรอกุลอุมมะติ บ๊ะอ์ดัน-นบี (ศ) )
    ซึ่งเมื่อมีผู้ถามว่า “โอ้ เราะสูลของอัลลอฮฺ พวกเขา(ที่ได้เข้าสรรค์นั้น)เป็นใคร?” ท่านตอบว่า “อัล ญะมาอะฮฺ” ”
    (รายงานโดยอิบนุมาญะฮฺ 2/1322)

    ในบางสำนวนท่านนบีฯ ได้เปิดเผยกลุ่มที่รอดเอาไว้ว่า “… มีคนถามว่า กลุ่มนั้นคือใครกัน โอ้เราะซูลของอัลลอฮฺ? ท่านตอบว่า สิ่งที่ฉันและเศาะฮาบะฮฺของฉันดำรงอยู่”(รายงานโดยอัตติรมิซียฺ 5 /26, รายงานโดยอัล-หากิม 1 / 128)[1]

    แล้วศาสนาอิสลามจะช่วยชีวิตได้อย่างแท้จริงได้ยังไง

    ้http://tobebuddhist.blogspot.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: