summary : ต้านอธรรมและความตายกับนักรบสันติวิธีมุสลิม

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2549), “ต้านอธรรมและความตาย : ประสบการณ์นักรบสันติวิธีมุสลิม” ปาฐกถกวิชาการเนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ครบรอบ 72 ปี, เมื่อ 26 มิถุนายน 2549 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, เอกสารอัดสำเนา

[ดู annotation ของบทความนี้]

ต่อมา ท่ามกลางกระแสก่อการร้ายที่ความเป็นศาสนาอิสลามถูกมองโยงเข้ากับการใช้ความรุนแรง กระทั่งเกิดเป็นกระแสหวาดกลัวอิสลาม (islamophobia) นั้น งานชิ้นนี้เป็นอีกครั้งที่ ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ พยายามแสดงให้เห็นถึงสันติวิธีจากแหล่งภูมิปัญญาอิสลาม และย้ำชัดเจนอีกครั้งว่าในฐานะมุสลิมแล้ว ไม่มีทางเลือกอื่นที่จะไม่ต่อสู้ต้านความไม่เป็นธรรมในโลกได้ แม้ต้องใช้ความตายของตนเข้าแลก เพราะเป็นหลักคำสอนสำคัญของอิสลามที่ให้ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าวิธีการต่อสู้ของมุสลิมจะต้องเป็นการใช้ความรุนแรงเสมอไป แต่สามารถใช้สันติวิธีได้ด้วยเช่นกัน ดังเขาได้ยกตัวอย่างการลุกฮื้อต่อต้านอำนาจรัฐโดยไม่ใช้อาวุธ (unarmed resistance) ของชาวมุสลิมตะวันออกกลาง อัฟริกาเหนือ รวมทั้งของชุมชนมุสลิมในประเทศไทยอีกด้วย

ในงานชิ้นนี้ เขาได้กล่าวถึงขบวนการมุสลิมปาทานของ Abdul Ghaffar Khan ที่ร่วมต่อสู้และใช้สันติวิธีต่อต้านการยึดครองอินเดียของอังกฤษเป็นขบวนการที่เรียกในภาษาอูรดูว่า “Khudai Khidmatgar” ที่มีเครื่องแบบสีแดง จึงเรียกกันว่า “นักรบเสื้อแดง” ซึ่งเคลื่อนไวด้วยสันติวิธีในช่วงปี 1930-1947 ที่ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย

การต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมของมุสสลิมนั้น หลายครั้งจำเป็นต้องใช้อาศัยวิธีคิดต่อ “ความตาย” เข้าประกอบด้วยเช่นกัน การก่อการร้ายวิธีหนึ่ง ที่ทั่วโลกรู้จักกันดีในนาม “มือระเบิดพลีชีพ” (suicide bombers) นั้น ในความคิดของผู้ร่วมก่อตั้งขบวนการฮามาส ในปาเลสไตน์แล้ว [1] นั่นเป็น “ผู้พลีชีพที่เลือกหนทางด้วยตนเอง” (istishhadi – self-chosen martyrs) มากกว่า เพราะคนเหล่านี้ยอมสละชีวิตของตนเพราะประสงค์จะตายอย่างมีความหมายในฐานะพันธกิจทางศาสนาในหนทางของพระเจ้า

ความคิดเกี่ยวกับการตายเช่นนี้ ชัยวัฒน์เห็นว่าไม่ต่างไปจากความคิดของคานธีเกี่ยวกับความตาย ดังที่เขาเห็นว่ามนุษย์ควรจะ “เรียนรู้ที่จะรักความตายเช่นเดียวกับชีวิต…จะดำรงชีวิตอยู่ได้ ก็เพียงเท่าที่ถือเอาความตายเป็นมิตรและไม่มีวันเป็นศัตรู จะเอาชนะสิ่งเย้ายวนแห่งชีวิต ก็ต้องอาศัยความตายเข้ามาช่วย มีแต่คนขี้ขลาดที่หนีความตายด้วยการยอมเสียเกียรติ เมีย ลูก และทุกสิ่ง” (หน้า 7-8) ชัยวัฒน์ยังชี้ต่อไปความทัศนะดังกล่าวนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการพิจารณาความตายอย่าง “อสุภกรรมฐาน” หรือ “มรณานุสติ” ในคติของพุทธเช่นกัน

วิธีการต่อสู้ของมุสลิมโดยใช้ “ความตาย” แบบของชาวปาทานนั้น ชัยวัฒน์เห็นว่าคล้ายคลึงกับทางเลือกของ “มือระเบิดพลีชีพ” อยู่มาก Khan กล่าวชัดเจนเมื่อชวนอาสาสมัครเข้าร่วมขบวนการสันติวิธีของเขาว่า ฝ่ายรัฐมีแต่ความโหดร้ายและดังนั้นความตายที่รออยู่จึงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น คนเรานั้นทั้งหนีไม่พ้นความตายและถึงอย่างไรก็ตายได้เพียงครั้งเดียว ความตายที่ดีที่สุดคือตายในหนทางของพระเป็นเจ้าและพระศาสดา

เมื่อเข้าเป็นสมาชิก Khudai Khidmatgar แล้ว นักรบสันติวิธีจะต้องปฏิญาณตนว่า “จะไม่ใช้ความรุนแรงและไม่แก้แค้น, จะยกโทษให้คนที่กดขี่และโหดร้ายต่อตน,…จะไม่เกรงกลัวภัยอันใดและพร้อมจะเสียสละได้ทุกอย่าง” จะเห็นได้ว่าเมื่อนักรบสันติวิธีชาวปาทานปวารณาตัวไม่ใช้ความรุนแรงและ “เสียสละได้ทุกอย่าง” โดยเฉพาะขณะเผชิญหน้ากับความตายที่รออยู่ตรงหน้าแล้ว ความตายของนักรบสันติวิธีจะกลายเป็นการดูดซับเอา “ยาพิษแห่งความรุนแรง” ที่ระบาดในท้องถิ่นชายแดนในรูปของการยอมจำนนและความฉ้อฉล มาอยู่ที่ตัวเองทั้งโดยตรงและโดยสัญลักษณ์ วิธีการนี้เป็นการ “พลีชีพที่เลือกหนทางด้วยตนเอง” เช่นกัน เพราะตระหนักชัดว่าการสูญเสียของตนจะทำให้เกิดการชำระแผ่นดินให้บริสุทธิ์และการฟื้นชีวิตให้กับชุมชน

อย่างไรก็ตาม ชัยวัฒน์ชี้ให้เห็นถึงตรรกะที่แตกต่างกันระหว่างของการก่อการร้ายกับวิธีการของนักรบสันติวิธีมุสลิม ในแบบแรกนั้น ตรรกะคือการใช้ความรุนแรงในฐานะเครื่องมืออุปกรณ์ (instrumentality) มนุษย์ซึ่งเป็นเป้าหมายของการใช้ความรุนแรงถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นวัตถุเพื่อให้เอาชีวิตของเขาได้ง่ายขึ้น ในตรรกะชนิดนี้ เป้าหมายถูกแยกออกมาและอยู่ในสถานะถูกครอบด้วยวิธีการ และกลายเป็นเพียงตัวทำหน้าที่ให้เหตุผลรองรับวิธีการเท่านั้น ในขณะที่ตรรกะของนักรบสันติวิธีมุสลิมที่ต่อสู้ต้านอธรรมนั้น คู่ต่อสู้ยังเป็นมนุษย์อยู่ ตรรกะสันติวิธีกำหนดให้ผู้ใช้สันติวิธียอมเสียสละตนเองรับความเจ็บหรือกระทั่งความตายโดยไม่ทำร้ายผู้อื่น แม้จะเป็นฝ่ายตรงข้าม ทั้งนี้เนื่องจากว่าเขาเหล่านั้นก็เป็นมนุษย์มีความรู้สึกเจ็บร้อน มีพ่อแม่ บุตร ภรรยา ไม่แตกต่างไปจากตนเองเช่นกัน

ชัยวัฒน์สรุปชัดเจนว่าแม้การก่อการร้ายจะคล้ายคลึงกับแนวทางสันติวิธีของอิสลามอยู่ 2 ประการ คือ การต้านอธรรมและเต็มใจใช้ความตายของตนเพื่อเป้าหมายที่ชอบและยุติธรรม แต่ก็มีความแตกต่างอย่างสำคัญ 2 ประการเช่นกัน คือ วิธีการก่อการร้ายนั้นปฏิเสธว่าไม่มีคนบริสุทธิ์อยู่ในฝ่ายตรงข้ามกับตน และตรรกะการใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมืออุปกรณ์ซึ่งทำให้มนุษย์กลายเป็นเพียงวัตถุ ทั้งสองประการหลังนี้ ขัดกับปรัชญาศาสนาอิสลามที่ถือว่า ความเมตตาปราณีของพระผู้เป็นเจ้านั้นไพศาลไร้ขอบเขตและมนุษย์ถูกสร้างความด้วยพระประสงค์อย่างมีความหมาย เพื่อให้มนุษย์มุ่งแสวงหาสิ่งต่างๆโดยมีพระเจ้าเป็นเป้าหมายสุดท้ายอันสูงสุด

ดังนั้น ตัวอย่างทางเลือกของขบวนการนักรบมุสลิมสันติวิธีที่หาญกล้าต้านอธรรมของเจ้าอาณานิคมอังกฤษด้วยสันติวิธี จึงถือเป็นทั้งหลักฐานของสันติวิธีที่ปรากฏทั้งในเชิงทฤษฎีของภูมิปัญญาอิสลาม และทางเลือกเชิงปฏิบัติการจริงของมุสลิมทั่วไปที่ประสงค์จะต่อสู้ต้านอธรรม ด้วยเกียรติของความเสียสละแม้ชีวิตของตนเอง พร้อมไปกับความมั่นคงศรัทธาในพระเมตตาปราณีของพระผู้เป็นเจ้าและพระประสงค์ของพระองค์ โดยไม่ลดทอนต่อรองแต่อย่างใดด้วยเช่นกัน

end note

[1] เว็บไซต์โดยตรงของขบวนการฮามาส คือ www.hamasonline.net แต่เข้าใจว่าน่าจะถูกบล็อกไปเรียบร้อยแล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: