summary : อิสรภาพกับกระบวนทัศน์แห่งความรุนแรง

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2546) “อิสรภาพกับกระบวนทัศน์แห่งความรุนแรง” ใน อาวุธมีชีวิต, กรุงเทพฯ : ฟ้าเดียวกัน.

[ดู annotation ของบทความนี้]

บทความชิ้นเป็นงานเก่าค่อนข้างมาก อายุเกิน 25 ปี และได้รับการตีพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง [1] กล่าวได้ว่าบทความชิ้นนี้เป็นการวางพื้นฐานสำคัญที่สุดต่อการพัฒนางานศึกษาทั้งเรื่องความรุนแรงและโดยเฉพาะสันติวิธีเลยทีเดียว ชัยวัฒน์เริ่มจากความหมายของ “การเมือง” โดยอ้าง Leo Strauss ที่ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงหรือรักษาไว้ โดยหากรักษาก็พยายามรักษาสิ่งที่ดีไม่ให้เลวลง หากเปลี่ยนแปลง ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า [2] ทั้งนี้ จะทำการดังกล่าวได้ จำเป็นต้องมี “ความรู้” ว่า “ความดี” คืออะไร? ด้วยเช่นกัน

ในความหมายนี้ ความรุนแรงจึงเป็นวิธีการหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนแปลงหรือรักษานั่นเอง ซึ่งยังไม่รู้แน่ว่าจะนำไปสู่ “ความดี” ดังกล่าวจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่แน่ชัดคือชีวิตเพื่อมนุษย์ต้องถูกทำลายลงอย่างมากมาย ดังนั้น ชัยวัฒน์จึงตั้งคำถามที่เป็นรากฐานที่สุดว่า “เป็นไปได้หรือไม่ที่จะตัดองค์ประกอบแห่งความรุนแรงทิ้งไป?” เขาตอบเองว่าเป็นไปได้ ทั้งนี้โดยการละทิ้งกระบวนทัศน์แห่งความรุนแรง (Violent Paradigm) แล้วหันไปสู่กระบวนทัศน์แห่งความไม่รุนแรง (Nonviolent Paradigm) ซึ่งชัยวัฒน์อ้างความคิดเรื่องกระบวนทัศน์ของ Thomas Kuhn [3]

ในงานชิ้นนี้ ชัยวัฒน์ได้แก้ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความรุนแรงและสันติวิธี 3 ประการ

  1. คนทั่วไปมักเห็นว่าสันติวิธีเป็นการเฉื่อยชาของพวกเคร่งศาสนา ไม่กระทำกิจกรรมทางการเมือง ไม่มีส่วนร่วมทางการเมือง กระทั่งเห็นว่าเป็นปฏิปักษ์กับการเมือง (Anti-Politics) ชัยวัฒน์ได้อธิบายสวนทางว่าจริงๆแล้ว “ความไม่รุนแรง” หรือ “ปฏิบัติการไร้ความรุนแรง” ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กับการเมือง แต่กลับเป็นเรื่องความรุนแรงต่างหากที่เป็นปฏิปักษ์กับการเมือง เพราะการเมืองเป็นเรื่องการใช้อำนาจ (power) ในการเปลี่ยนแปลงหรือรักษา ความรุนแรงนั้น ไม่ใช่อำนาจ และเมื่อปรากฏขึ้น อำนาจก็จะหมดความหมายลงไป หรือดังเห็นได้ชัดในคำกล่าวของฝ่ายรัฐที่มักได้ยินเป็นประจำว่า “บัดนี้มาตรการทางการเมืองใช้ไม่ได้ผล จึงจะต้องใช้มาตรการทางทหาร” นั่นเอง
  2. ปฏิบัติการไร้ความรุนแรงไม่ได้ตั้งอยู่บนรากฐานที่ว่าสังคมมนุษญ์มีลักษณะสถิตย์หยุดนิ่งหรือปราศจากข้อขัดแย้งใดๆ แต่เริ่มจากการยอมรับว่าความขัดแย้งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่ที่สำคัญคือวิธีการแก้ไขปัญหานั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง
  3. ปฏิบัติการไร้ความรุนแรงเป็นรูปแบบหนึ่งของการกระทำ (action) หรือการต่อสู้ทางการเมืองรูปแบบหนึ่ง การไม่ใช้ความรุนแรงไม่สามารถดำรงอยู่ได้ในการไม่กระทำ (inaction) หรือก็คือเฉื่อยเนือยงอมืองอเท้าหรือยอมแพ้ง่ายๆอย่างที่เข้าใจกัน จากนั้น ก็อธิบายให้เห็นวิธีการแห่งความไม่รุนแรง โดยอ้างงานของ Gene Sharp เรื่อง The Politic of Nonviolent Action (1973) ว่าแบ่งได้เป็น 3 วิธีหลักๆ คือ หนึ่ง การใช้สัญลักษณ์เพื่อชักจูงคู่ต่อสู้หรือผู้อื่น สอง การไม่ให้ความร่วมมือ (noncooperation) ซึ่งมีตั้งแต่การสไตรค์ ประท้วงสินค้าบางชนิด ไปจนถึงอารยะขัดขืนเลยทีเดียว และสามการขัดขวางอย่างไม่รุนแรง (nonviolent intervention) เช่น การนั่งประท้วง หรือการบุกรุกโดยไม่ใช้กำลัง [4]

ในประเด็นเรื่องกระบวนทัศน์นั้น ชัยวัฒน์เห็นว่าพวกที่อยู่ในกระบวนทัศน์แห่งความรุนนแรง มักมองตัวอย่างปฏิบัติการไร้ความรุนแรงทางการเมืองอย่างคานธีหรือมาร์ติน ลูเธอร์ คิงส์ ว่าเป็นข้อยกเว้น แต่ปัญหาคือมีตัวอย่างการไม่ใช้ความรุนแรงทางการเมืองอยู่มากมายทั้งในประวัติศาสตร์และปัจจุบัน นี้จึงไม่อาจเป็นข้อยกเว้นได้ ดังนั้น การที่คนจะสามารถมองเห็นเรื่องใหม่ๆเหล่านี้ได้นั้น ต้องอาศัยความกล้าที่จะสลัดตัวเองให้เป็นอิสระจากกระบวนทัศน์เก่านั่นเอง ดังการกล้าสลัดกระบวนทัศน์ทางดาราศาสตร์จาก Ptolemy เพี่อให้เห็นกระบวนทัศน์แบบ Copernicus หรือกระบวนการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าก็ต้องกล้าเป็น “อิสระ” จากกระบวนทัศน์เก่าที่เชื่อกันว่าจะตรัสรู้ได้โดยการบำเพ็ญทุกขกิริยา แล้วเริ่มเสวยพระกระยาหารและเริ่มทำสมาธิใหม่ รวมทั้งในกรณี “ปริศนาถ้ำ” (parable of the cave) ใน Republic ของเพลโต ที่ว่ามนุษย์เกิดมาเหมือนอยู่ในถ้าหันหน้าเข้าหาผนังถ้า และถูกตรึงด้วยการเห็นแต่ “เงา” ที่เกิดจากแสงส่องมาจากปากถ้ำ จนไม่สามารถมองออกไปเห็นแสงจริงๆที่ปากถ้ำได้

ปัญหาเรื่องที่คนมักไม่ยอมรับกระบวนทัศน์แห่งความไม่รุนแรงนั้น ชัยวัฒน์เห็นว่าถูกพอกไว้ด้วยกระบวนทัศน์แห่งความรุนแรงหนาแน่น เช่น เชื่อว่าความรุนแรง (ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเพียง “เงา” บนผนังถ้ำ) เป็นความจริง และพฤติกรรมแห่งความรุนแรงนั้นมีลักษณะน่าตื่นเต้นและถูกเชิดชูในฐานะวีรกรรม นักประวัติศาสตร์ก็มักบันทึกเฉพาะเหตุการณ์ความรุนแรง ทำให้สังคมยอมรับว่าความรุนแรงเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ จนในที่สุด มนุษย์ก็เคยชินกับความรุนแรงเสียจนคิดไปไม่ถึงทางออกแบบอื่นๆ

เขาจบงานชิ้นนี้โดยยกกรณีตัวอย่างชัดเจนของผู้ที่อยู่ในกระบวนทัศน์แห่งความรุนแรงว่า สมมติว่าเจ้าของบ้านหลังหนึ่งหลับอยู่ และมีขโมยขึ้นบ้าน เมื่อตื่นขึ้น เจ้าของบ้านพยายามหาวิธีแก้ปัญหาขโมยเข้าบ้านหลายวิธี แต่หากมีปืนอยู่ใต้หมอน ความคิดที่อาจมุ่งไปในทิศทางต่างๆก็จะถูกสะดุดหยุดลงที่ว่าเขามีปืน กล่าวอีกนัยหนึ่ง ปืนดังกล่าวเป็นตัวจำกัดอิสรภาพทางความคิดในการคิดหาทางเลือกแก้ปัญหาแบบอื่นๆ ข้อสำคัญที่ชัยวัฒน์ชี้อีกประการ คือ แม้จะมีปืน แต่ใช่ว่าโอกาสที่เจ้าของบ้านถูกทำร้ายหรือฆ่าจะหมดไปเหลือศูนย์ แต่หากเขาไม่มีปืน เขาก็จำต้องใช้ความสามารถทางความคิดและความสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ เพราะไม่ถูกจำกัดความคิดไว้ด้วยวิธีการความรุนแรง ซึ่งเท่ากับว่าเขาได้อยู่ในกระบวนทัศน์แห่งความไม่รุนแรงแล้วนั่นเอง

ชัยวัฒน์เห็นว่าเงื่อนไขแรกสุดที่จะทำให้ออกจากกระบวนทัศน์ความรุนแรงเหล่านี้มาสู่กระบวนทัศน์แห่งความไม่รุนแรงได้ คือ ความกล้าพอที่จะตั้งคำถามกับสิ่งที่เป็นอยู่รอบๆตัว และธำรงตนเป็นอิสรชนที่กล้าปฏิเสธกระบวนทัศน์เก่าซึ่งไม่ได้ทำให้มนุษย์ดีขึ้นนั่นเอง

end note

[1] พิมพ์ครั้งแรกใน รัฐศาสตร์สาร ปีที่ 7 ฉบับที่ 3 (2524). พิมพ์ครั้งที่สองใน ชัยวัฒน์ สถาอานันท์, การเมืองมนุษย์ : รัฐศาสตร์ทวนกระแส (กรุงเทพฯ: ดอกหญ้า, 2528). พิมพ์ครั้งที่ 3 ใน ชัยวัฒน์, อาวุธมีชีวิต , อ้างแล้ว, หน้า 116-129

[2] Leo Strauss, What is Political Philosophy? And Other Studies. (New York: The Free Press, 1959), p.10 อ้างในชัยวัฒน์, อาวุธมีชีวิต, อ้างแล้ว, หน้า 116

[3] งานคลาสสิคของ Thomas Kuhn เรื่อง The Structure of Scientific Revolution (2nd ed.) (Chicago: The University of Chicago Press, 1970) อ้างในชัยวัฒน์, อาวุธมีชีวิต, อ้างแล้ว, หน้า 122

[4] Sharp, Gene (1973) The Politics of Nonviolent Action, Boston: Porter Sargent.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: