สันติวิธีในสถานการณ์จริง : สันติวิธี “ฝ่ายบู๊”

เหตุการณ์จลาจลในช่วงวันที่ 12 กลุ่มเสื้อแดงบุกเข้าไปในโรงแรมที่พัทยาที่กำลังประชุมอาเซียนซัมมิทกันอยู่ และมีการทุบรถของอภิสิทธิ์ตอนบ่าย

ครึ่งแรกของวันที่ 13 เม.ย. ซึ่งผ่านช่วงการปะทะกันที่สามเหลี่ยมดินแดงในตอนเช้ามืดและมีการอาละวาดทั่วเมืองกรุงของกลุ่มเสื้อแดง ทั้งยึดรถแก๊ซ, ยึดและเผารถเมล์ ฯลฯ และเริ่มลุกลามจนกลายเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างประชาชนทั่วไปกับผู้ชุมนุมเสื้อแดง 3 จุด คือ แฟลตดินแดง, เพชรบุรี ซอย 7 และที่สำคัญ คือ ชุมชนนางเลิ้ง

จากเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 12 ถึงครึ่งแรกของวันที่ 13 เมษายน 2552 ดังกล่าว ผมได้ตระหนักว่า เมื่อแรกเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้ รัฐบาล ตำรวจและทหารยังตั้งตัวไม่ได้ ตัดสินใจไม่ถูก ว่าควรจะทำอะไรดี ถึงขนาดที่เอารถหุ้มเกราะออกมา แล้วก็ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมยึดไป

[ดูลำดับเหตุการณ์อีกครั้ง : คลิ๊กที่นี่]

รถแก๊สที่ถูกนำมาจอดใกล้แฟลตดินแดง (ภาพจากมติชน)

รถแก๊สที่ถูกนำมาจอดใกล้แฟลตดินแดง (ภาพจากมติชน)

ในขณะที่จากการให้สัมภาษณ์ของอาจารย์นิธิและอาจารย์ชัยวัฒน์ในค่ำวันที่ 12 เม.ย. ทางไทยพีบีเอส (ที่ทั้งสองท่านเสนอให้ยุบสภาและปล่อยตัวอริสมันต์เพื่อลดเงื่อนไขการเผชิญหน้ากันด้วยความรุนแรง) และการให้สัมภาษณ์ของอาจารย์นักสันติวิธี 5 ท่าน (อ.นฤมล ทับจุมพล, อ.ยุกติ มุกดาวิจิตร, อ.ศรีประภา เพ็ชรมีศรี, พี่คุ้ง นารี, พี่ศราวุท ประทุมราช) ทางไทยพีบีเอสในค่ำวันที่ 13 เม.ย. นั้น  ผมก็ได้เห็นอีกเช่นกันว่า ทั้ง 7 ท่านได้พยายามอย่างสุดความสามารถในการเสนอทางออกและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากันด้วยความรุนแรงและพยายามอย่างยิ่งที่จะเสนอทางออกอย่างสันติวิธี

สิ่งที่ผมเห็นคือ ข้อเสนอและข้ออภิปรายของทุกท่าน ไม่สามารถสร้างโน้มน้าวให้คนทั่วไป make sense (หรือฟังดูแล้ว sound) ว่าจะนำไปใช้จริงได้อย่างไร  เหล่านี้ทำให้ผม ตระหนักว่า สังคมไทยเรามีความรู้และชุดความคิด (idea) เกี่ยวกับ “สันติวิธีในสถานการณจริง” น้อยเกินไป (ข้อเสนอของอ.นิธิและอ.ชัยวัฒน์นับว่าฟังดู sound มากที่สุดแล้ว แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าน่าจะมีอะไรไปกันได้มากกว่านั้น)

ผมจึงเห็นว่าเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ความรุนแรงครั้งต่อๆไปในระยะยาวแล้ว เราควรมีการศึกษาพร้อมสำหรับการเตรียมจัดให้มี “ชุดทางเลือก” ทางสันติวิธีหลากหลายประเภท ที่ใช้รับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงในลักษณะต่างๆกันไป โดยศึกษาดูว่าในอดีตและในประเทศอื่นนั้น ในสถานการณ์วันสุกดิบหรือในสถานการณ์ ณ วินาที (หรือ ณ โมงยาม) ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น เราหรือคนอื่นเคยมีวิธีการเผชิญหน้ากับความขัดแย้งและความรุนแรงด้วยสันติวิธีอย่างไรบ้าง  โดย “ชุดทางเลือก” นี้ อาจทำออกมาเป็นลักษณะ “คู่มือการเผชิญหน้า (หรือหาทางออก) กับสถานการณ์ความรุนแรงจริงโดยสันติวิธี”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมเสนอนั้น ไม่ได้มีไว้สำหรับเป็นชุดความรู้แข็งเกร็งตายตัวที่เป็นยาวิเศษใช้ได้ในทุกสถานการณ์ ผมเพียงแต่คิดว่า สังคมไทยเราจำเป็นต้องเพิ่มขยายเพดานทางความคิดและจินตนาการให้เห็นว่ามีสันติวิธีที่ใช้ได้จริงกับสถานการณ์ตรงหน้า (และโดยเฉพาะในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองระดับประเทศที่เป็นสถานการณ์เฉพาะหน้า เหมือนเมื่อครั้งที่ผ่านมาในสงกรานต์นี้)

ผมไม่รู้ว่ามีสิ่งเหล่านี้อยู่ในที่แห่งในหรือในสถานการณ์ใดบ้าง แต่ผมเชื่อว่าเราและสังคมอื่นเคยมีประสบการณ์กันมาไม่น้อย ในขณะที่ไม่มีใครเคยรวบรวมวิธีการรับมือเหล่านั้นขึ้นมา แล้วเรียกมันว่า “สันติวิธี” ซึ่งผมอยากจะเรียกมันว่า “สันติวิธีในสถานการณ์จริง” เพื่อให้คนทั่วไปได้รู้ว่า สิ่งเหล่านี้คือสันติวิธี และสันติวิธีก็ไม่ได้มีเพียงแค่อยู่ในตำรา หรือเป็นเพียงทฤษฎีเลื่อนลอยที่ใช้การไม่ได้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานตรงหน้า

กล่าวโดยสรุป ผมกำลังคิดว่าคงน่าสนใจไม่น้อย ถ้าสังคมไทยที่เริ่มสนใจสันติวิธีอย่างจริงจังจะมีการคิดเรื่อง (เรียกอย่างนิยายกำลังภายในได้ว่า) “สันติวิธีฝ่ายบู๊” ควบคู่ไปกับ “สันติวิธีฝ่ายบุ๋น” (ที่เริ่มมีมากขึ้นแล้วบ้างในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านม)

หมายเหตุ : ด้วยความด้อยประสบการณ์ที่ใช้ชีวิตผ่านเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองสำคัญๆของบ้านเมืองที่ผ่านมาไม่มากพอนั้น จึงต้องขออภัยหากข้อเสนอของผมดูจะ naïve ไปบ้าง

7 Responses to สันติวิธีในสถานการณ์จริง : สันติวิธี “ฝ่ายบู๊”

  1. mk says:

    น่าสนใจมากครับ มาเชียร์ให้คุณชาญชัยลองเขียนเล่าเคสของเมืองนอกมาให้ดูหน่อยครับ

  2. chaisuk says:

    ขอบคุณครับ คุณอิสรยะ แล้วไว้ว่างๆจะลองศึกษาหากรณีศึกษามาเล่าให้ฟังนะครับ แต่คงไม่เร็ว เพราะต้องทำวิทยานิพนธ์ไปด้วย

  3. Apple says:

    อ.ชัย

    มิมีไรมาก แค่อยากจะบอกว่า ช่วย add link website ศูนย์สันติไว้ในมุมใดมุมหนึ่งของบลอกด้วยจะได้ไหม ขอรับ

    ถ้าจะให้ดี อ.ชัยมาช่วยกันพัฒนาเว็บศูนย์ไปพร้อมๆกับพัฒนาบลอกด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง เพราะข้าพเจ้าจะจรลีไปทำวิทยานิพนธ์ด้วยบ้างแล้วเช่นกัน โอ้ เอาตัวไม่รอดแล้วขอรับทั่น

    • chaisuk says:

      เพิ่มให้แล้วนะครับ อยู่ในหัวข้อ blogroll ครับ ส่วนเรื่องทำเว็บไซต์ศูนย์ฯ ขอเป็นหลังจบก่อนดีกว่า

  4. Pnon says:

    เราเอง กล่าวกับผู้คนอยู่เสมอ มิได้เปลี่ยนแปลงว่า พระพุทธเจ้า ท่านเป็นคนดี มีเหตุผล มีคุณค่า ควรแก่การศรัทธา (มิใช่เชื่อ) ท่านเปิดกว้างให้ลองก่อนเชื่อ ฉะนั้นเมื่อมีผู้มาแนะนำว่า มีผู้ควรกตัญญูสูงสุดที่ให้ออกซิเจนพระพุทธเจ้าหายใจ ซึ่งเราอาจถูกปิดกั้นแค่ธรรมชาติ แต่เราขยายปัญญไปกล่าวถึงเจ้าเมืองธรรมชาติ เพื่อสร้างสรรค์กตัญญูขั้นสูงขึ้นไปอีก. ผู้ที่ได้รับฟังน่าจะเกิดสุข เพราะมันคือสิ่งกุศล(แค่กตัญญูไปพลางๆแล้วศึกษาก็กุศลกว่า เนรคุณไปพลางๆแล้วปิดกั้นแล้ว)แต่ในเมื่อเราทำภาระหน้าที่ตามสัญญาขันธ์เรา(หน้าที่=สัญญา. สัญญา=ขันธ์)เราย่อมมีความสุขได้อย่างแท้จริง เพราะ เอนโดฟีนหลั่ง. แต่ผู้ที่ต่อต้าน นั้น ได้กระทำตนให้ตกเป็นผู้ถูกตักเตือน มิได้เปิดกว้าง หรือ สร้างสติปัญญาเพิ่มเลย นั่นคือ การหลั่งสารอาดีนารีนนั่นเอง. แล้วผู้ต่อต้านเรื่องกตัญญูสูงสุดนั้น จะกล่าวได้อย่างไม่มุสาหรือว่า ตนนั้นสุข เช่นเดียวกับผู้ที่อ่านข้อความใดใดแล้วรับไม่ได้ต้องลบทำลาย แต่มุสาว่า สุขๆๆ นั้น รับความจริงแล้วหรือ ท่านถือปรัชญานี้ ตามผู้ใดหรือ. ตรองซิ

  5. Oh my goodness! Amazing article dude! Thanks, However I am encountering troubles with your RSS.
    I don’t know the reason why I am unable to join it. Is there anybody
    else getting the same RSS issues? Anybody who knows the answer
    can you kindly respond? Thanks!!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: