ศิลปะกับความรุนแรงเรื้อรัง

October 6, 2010

ใช้สำนึกเชิงศิลปะ
สร้างสิ่งไม่คาดถึง
ท่ามกลางสถานการณ์
ร้อนแรง บีบเค้น
ใช้ความกล้า
เผชิญความเสี่ยง
ใส่ใจรายละเอียดสิ่งต่างๆ
ที่เกิดขึ้น ณ ชั่ว ขณะนั้น
ทะลุทะลวง
อดีตอันดำรงอยู่ในปัจจุบัน
เปิดทางสู่อนาคต
ดึงศักยภาพอันไพศาล
ของสิ่งมองไม่เห็น
คาดการณ์ไม่ได้
มิอาจควบคุม
ก่อเกิดความพลิกผัน
ในจิตใจผู้คน
ผู้อยู่ท่ามกลางวิกฤต
ความเร่งด่วนของสถานการณ์
กระตุกใจฉุกคิด
กระตุ้นความรู้สึก
คืนสู่ความป็นมนุษย์
แทงให้ลึกสุดปลายหยั่ง
ณ ก้นบึ้งของจิตใจ
ให้ไม่เหลือที่ทาง
กลับคืนสู่ความสบายใจ
ได้ดังเดิม

ใช้ทั้งหมดของชีวิต
ทั้งความฝัน ความหวัง ที่วาดไว้
ทั้งความหมาย ที่เคยให้ แก่ชีวิตตน
ทั้งเดิมพันที่วางไว้ในอนาคต

เวลาหยุดชั่วขณะ
เป็นขณะแห่งทั้งหมด
อดีตและอนาคตไหลรวม
ในปัจจุบัน
เป็นปัจจุบันที่แทงตลอดทุกอณู…ของชีวิต
เป็นห้วงเวลา เมื่อชีวิตทั้งหมดในทุกกาล
เผชิญตรงๆ กับทุกสิ่งตรงหน้า
อย่างเปล่าเปลือย ไม่ปกปิด
ไม่ปัดป้อง ไม่หลีกเร้น
เป็นดวงจิต ไร้สิ่งตกแต่ง
สัมผัสชั่วขณะ แห่งทั้งหมด
ขยายสู่สภาวะ อันไพศาล
ไม่คาดหวัง แม้ผลที่เกิดขึ้น
ชั่วขณะนั้น มนุษย์เนื้อๆ
นั่งอยู่กับโลกแท้ทั้งมวล

Advertisements

ในปมยุ่ง…ความขัดแย้งยืดเยื้อ

October 6, 2010

เพราะไม่อาจควบคุมสิ่งใดได้โดยใช้เพียงทฤษฎี
เพราะต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์/บริบท/ปฏิบัติการจริง
………. ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่มีพลวัต ซับซ้อน เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
จึงต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบ
จึงต้องใช้ศักยภาพของนักเฝ้ามองใยแมงมุม
………. ที่มองเห็นสิ่งไม่คาดฝันอันมีศักยภาพมหาศาล
………. ต่อการเปลี่ยนแปลง และแฝงฝังอยู่ทั่วทุกแห่ง
………. ในสภาวะอันซับซ้อน
จึงต้องรู้จักปรับตัว อย่างชาญฉลาดและมีเฉลียวคิด
………. เหมือนปูที่เดินลดเลี้ยวลัดเลาะ เพื่อไปข้างหน้า
………. เหมือนอุโมงค์คดเคี้ยวเลี้ยวรอดผ่านภูเขาไฟ
จึงต้องกระโดดลงน้ำ คลุกวงใน ยอมมือเปื้อน
………. โดยที่ยังมี จินตนาการถึงภาพกว้าง จากมุมสูง
………. ขณะเดียวกัน ก็ทำงานค่อยๆสร้าง ความเปลี่ยนแปลง
………. ทีละน้อย ทีละน้อย ทุกวัน เหมือนการทำงานของผิวหนัง
ดังนั้น นั่งอยู่บนหอคอยอย่างเดียว จึงไม่พอ
คลุกดินตลอดเวลา ก็พร่องไป
น่าจะเป็นปฏิบัติการอย่างมีสำนึกเชิงทฤษฎี
และปล่อยให้เสียงภายในเป็นผู้นำทาง.


Peace Novice

July 7, 2010

ณ ที่แห่งนี้ ฉันได้กลับมานั่งฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งอย่างใกล้ชิดอีกครั้งหนึ่ง
ท่ามกลางความสงบปราศจากความพลุกพล่าน
ไม่มีคำเอื้อนเอ่ย ไม่มีการสนทนาในเชิงสังสรรค์ทางสังคมใดๆ
ไม่จำเป็นต้องมีการคิดใคร่ครวญรอบด้านถึงผู้ที่เราสนทนาด้วย
มีเพียงการสนทนาด้านใน การฟังเสียงภายในของฉันเอง

เบื้องหน้าคือแผ่นดินที่โอบกอดผืนน้ำ
แผ่นน้ำไล่เฉดสีฟ้าคราม จนถึงฟ้าเข้มที่ตรงขอบฟ้า
ผืนฟ้าแผ่กว้าง ประดับด้วยปุยเมฆบางตา
ฉันอยู่ระหว่างความโดดเดี่ยวกับความอึกทึกในจิตใจ
ระหว่างภาระหน้าที่กับการหยุดนิ่ง
เป็นหน้าที่อันจำเป็น สำคัญ และมีคุณค่า ที่ไม่มีวันหยุด
เป็นการหยุดนิ่ง เพื่อให้ฝุ่นผงในใจได้ฟุ้งขึ้นมา เพื่อจะตกตะกอนใหม่

สลับฉากกับพื้นที่อันสงบเงียบท่ามกลางธรรมชาติแห่งนี้
คือ ปฏิบัติการอันร้อนแรงสังหารผู้คนเพื่อเป้าหมายที่ถูกวางไว้แล้ว
เป็นเป้าหมายที่ถูกบ่มเพาะมานับทศวรรษ
เป็นการต่อสู้กันของความจำกัดในดวงจิตมนุษย์
ความผิดพลาดในอดีตถูกเลือกสรรมาอย่างดี เพื่อเป็นเชื้อไฟ
โลกถูกบีบให้เหลือเพียงความเชื่อมั่นและการกระทำ
ร้างไร้ห่างไกลจากการตั้งคำถามสำรวจโลกอันรุ่มรวย

เกลียวคลื่นยังคงซัดสาดปะทะชายฝั่ง
มนุษย์ยังคงปะทะกัน
ความรุนแรงยังคงตอบโต้ความรุนแรง
น้ำตายังคงชะโลมกาย
เม็ดเหงื่อคล้ายชะโลมใจ

นกบินละเลียดผิวน้ำ เกาะโขดหิน แล้วบินโฉบ
โผกลับล้อคลื่น พร้อมเพื่อนร่วมวิถี
บนเส้นทางสายนี้
ทั้งด้วยนามความรุนแรงและสันติสุข
ของปลอมของจริงปะปนกัน
โวหาร วาทะ จริงใจ จริงจัง
จงอดทนและรอดู

น้ำที่ซัดหาฝั่ง เมื่อหมดพลัง ย่อมถอยกลับ
เกลียวคลื่นหลัง สะสมพลังจากท้องน้ำ ถาโถมมิขาด
คลื่นพลังใจ สะสมไว้ ในโชคและชะตา
ดั่งจะขีดพา หนทางให้เราเดิน


ในหมู่บ้านกลางหุบเขา

November 21, 2009

ดอกไม้ป่าหญ้าผุดขึ้น
จากบันไดปะรำโบราณ
อาทิตย์อัศดงท่ามกลาง
ขุนเขารกทึบ
รวงรังครั้งหนึ่งอยู่ใต้
ชายคางดงามแห่งราชวัง
ของเจ้าชายหนุ่ม
ค่ำนี้ เหล่านางแอ่นเหิน
ไปมาระหว่างบ้าน
ของคนตัดฟืนและคนงานเหมือง

โบราณโพ้นไกลกว่าขั้นบันได
คือทิวกำแพงหินใหญ่
ทอดแนวแห้งกว้างไกล
ปกคลุมด้วยหญ้ามอสและตะไคร่
หากท่านย่างเข้าไป
ด้วยนิ่งเงียบและเลียนเสียงของพวกมัน
ท่านสามารถสนทนาได้ทั้งวัน
กับกบเขียดที่อาศัย ที่นั้นแล

หวางฮั่งกัง
—————————-
IN THE MOUNTAIN VILLAGE

Wild flowers and grass grow on
The ancient ceremonial
Stairs. The sun sets between the
Forested mountains. The swallows
Who nested once in the painted
Eaves of the palaces of
The young prince are flying
This evening between the homes
Of woodcutters and quarrymen.

More ancient by far than the stairs
Are the cyclopean walls
Of immense dry laid stones covered
With moss and ferns. If you approach
Quietly and imitate their
Voice, you can converse all day
With the tree frogs who live there.

WANG HUNG KUNG

Kenneth Rexroth, ed. Love and The Turning Year : One Hundred More Poems from the Chinese, NY, USA : New Directions Books. 1970, p.119


สองล้อ สายน้ำ

November 21, 2009

เสียงล้อบดถนน
จิตสงบนิ่ง ฟังเสียงลมพัดผ่านหู
ฉันกำลังอยู่ในทุ่งโล่ง
ฟ้ากว้างแจ่มชัด แดดระอุแรงจ้า
ฉันยังคงปั่นต่อไป
เลาะเลียบริมน้ำและแนวไม้
บนเส้นขอบคั่นสองเมือง
สระบัวสะพรั่งตรงหน้า
ทิวแถวมะพร้าวทอดแนวอยู่ลิบลิบ
ณ ที่ซึ่งร้างไร้ผู้คน
บนเส้นทางที่ไม่รู้จัก
เปิดสู่ความสดใหม่ของเปลวแดด

มือวักสายน้ำลูบกาย
จักรยานยืนนิ่ง ณ ศาลาริมน้ำ
ท้องน้ำกว้างไหลเอื่อย
นั่งนิ่งเหนือผิวน้ำ
ปล่อยจิตลอยสู่ที่น้ำไหลมา
ปล่อยใจสู่ปลายทางที่น้ำไหลไป
ห่างเร้นออกจากอารยธรรม
พร้อมจักรยานคู่ใจ มองออกไปในท้องน้ำ
ผิวน้ำกระเพื่อมไหวระยิบระยับ
สูดรับความกว้างใหญ่ของผืนดินและแ่ผ่นฟ้า
สูดรับมาวิถีแห่งชลาลัย


ทิเบต-อินเดียน

May 5, 2009

กว้างใหญ่ แห้งแล้ง
ฝุ่นคลุ้ง รุนแรง
หิมะ กระหน่ำ
พลัง ธรรมชาติ

ขุนเขา ตระหง่าน
ดิน น้ำ  บริสุทธิ์
ฟ้ากว้าง เมฆเคลื่อน
สุขสงบ เสรี


อันตรธาน

May 5, 2009

เวิ้งว้าง
เวียนวน
ขุ่นข้น
เคลือบคลุม
ซับซ้อน
ยุ่งเหยิง
ดิบเถื่อน
ดารดาษ
แจ่มกระจ่าง
แผ่วเบา
ว่างเปล่า
…บรรพกาล

หมายเหตุ : เปลี่ยนชื่อบทกวีจาก “บรรพกาล” เป็น “อันตรธาน” เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2552


%d bloggers like this: