Hate Speech & Alternative Response : Full Report

June 16, 2011

[download PDF 56 หน้า]

รายงานวิจัยฉบับเต็มชิ้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย 3 ปี เรื่อง “ความลี้ลับของข้อมูลข่าวสาร : ความรุนแรงและการไม่ใช้ความรุนแรงทางการเมืองในศตวรรษที่ 21 ของไทย” ซึ่งอยู่ภายใต้ชุดโครงการเมธีวิจัยอาวุโสช่วงที่ 2 ปีที่ 1 เรื่อง “สันติวิธีและความรุนแรงในสังคมไทย: ความรู้, ความลับ และ ความทรงจำ” สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. โดยมี ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เป็นหัวหน้าชุดโครงการวิจัย

รายงานวิจัย ปีที่หนึ่งนี้ ผมตั้งชื่อเต็มว่า “Hate Speech และข้อมูลที่อันตราย : ทางเลือกวิธีตอบโต้ทางการเมือง” (Hate Speech & Harmful Information : Alternatives for Political Response)

ส่วนต้นของบทความนี้ เคยนำเสนอแล้วในเวทีวิชาการสาธารณะเพื่อพัฒนาคำถามวิจัย “ออนไลน์ศึกษา” จัดโดยกลุ่ม Thai Netizen ร่วมกับโครงการปริญญาเอก คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันจันทร์ 29 พ.ย. 2553

ขอขอบพระคุณ ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ และ รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ ตลอดจนเพื่อนๆร่วมชุดโครงการวิจัย สำหรับการให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อบทความชิ้นนี้

อย่างไรก็ตาม ควรบันทึกขออภัย อ.อุบลรัตน์ ไว้เล็กน้อยในที่นี้ ว่ายังไม่มีเวลาปรับปรุงบทความตามข้อเสนอแนะอันมีประโยชน์ของ อ.อุบลรัตน์ เสียที ที่นำขึ้นมาแปะไว้ในโพสท์นี้ เพราะคิดว่า ถ้ารอให้เสร็จจริงๆ ก็คงอีกนาน ไม่ได้ขึ้นเสียที (หลังปีใหม่มานี้ เริ่มเข้าสู่สภาวะ “นักวิชาการกรรมกร” เหมือนนักวิชาการไทยหลายคน) จึงขอนำเวอร์ชั่นที่พอจะถือได้ว่าโอเคขึ้นมาก่อน (เวอร์ชั่นนี้ เสร็จมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมแล้ว)

รายงานวิจัยฉบับเต็มชิ้นนี้ มีความยาวค่อนข้างมาก [download PDF 56 pages] และคงจะได้มีโอกาสปรับให้เป็นเวอร์ชั่นที่สั้นลงเหลือ 15-20 หน้าในเร็วๆนี้ เมื่อนั้นคงมีโอกาสพยายามปรับแก้ตามคำแนะนำของ อ.อุบลรัตน์ อีกครั้ง แล้วจะนำขึ้นมาแปะไว้ในที่นี้อีกทีครับ

ตอนนี้ ถ้าไม่มีแรงอ่านเวอร์ชั่น 56 หน้า อาจจะอ่านจากสไลด์ที่เคยใช้นำเสนอรายงานวิจัยฉบับเต็มไปก่อนครับ [download presentation, 21 slides]

Advertisements

Hate Speech & Harmful Information

November 30, 2010

นำเสนอในเวทีวิชาการสาธารณะเพื่อพัฒนาคำถามวิจัย “ออนไลน์ศึกษา” จัดโดยกลุ่ม Thai Netizen ร่วมกับโครงการปริญญาเอก คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันจันทร์ 29 พ.ย. 2553

—————————————–

[download PDF]

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยเรื่อง “ความลี้ลับของข้อมูลข่าวสาร : ความรุนแรงและการไม่ใช้ความรุนแรงทางการเมืองในศตวรรษที่ 21 ของไทย” [ดู proposal] ใน ชุดโครงการเมธีวิจัยอาวุโสช่วงที่ 2 ปีที่ 1 เรื่อง “สันติวิธีและความรุนแรงในสังคมไทย: ความรู้, ความลับ และ ความทรงจำ” สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

ตัวบทความชิ้นใหญ่ยังไม่เสร็จ แต่บทความขนาดสั้นนี้ ผมเขียนขึ้นเพื่อไปนำเสนอในเวทีวิชาการตามคำชวนของกลุ่ม Thai Netizen ซึ่งเป็นเวทีที่รวมนักศึกษาและนักวิชาการรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องอินเทอร์เน็ตและอะไรที่เกี่ยวกับโลกออนไลน์ มาพูดคุยกันได้อย่างน่าสนุกสนานทีเดียว

บทความชิ้นนี้ ผมลองเผชิญหน้ากับด้านมืดของอินเทอร์เน็ตและสังคมข้อมูลข่าวสารดูบ้าง คู่ปรับของผมในบทความนี้ คือ ข้อมูลข่าวสารประเภทที่เป็น hate speech และข้อมูลข่าวสารที่เป็นอันตราย (harmful information)

โดยพยายามตอบคำถามว่า หากยึดมั่นในหลักเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารแล้ว เราควรมีท่าทีอย่างไรต่อการเซ็นเซอร์ hate speech และข้อมูลข่าวสารที่เป็นอันตราย และจะมีวิธีการรับมือกับทั้งสองเรื่องนี้อย่างไร โดยไม่ผิดหลักเสรีภาพ

[ดาวน์โหลดบทความนี้ – PDF 6 หน้า A4]


อำนาจเชิงโครงสร้างของระบบเทคโนโลยี : ศึกษากรณีอินเทอร์เน็ตไทย ช่วงก่อนรัฐประหาร 2549

November 30, 2010

[download PDF]

นำเสนอใน การประชุมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 11 ณ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อวันที่ 25-26 พฤศจิกายน 2553

บทคัดย่อ

ในทุกๆสังคม เทคโนโลยีที่ข้องเกี่ยวกับความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของคนในสังคมอย่างมากนั้น มักไม่ได้ปราศจากมิติทางการเมืองและอำนาจ อำนาจที่แฝงฝังอยู่ในโครงสร้างของระบบเทคโนโลยีมีผลในการกำหนดรูปลักษณ์กิจกรรมของมนุษย์ทั้งสิ้น โดยเฉพาะกิจกรรมทางการเมือง กระนั้น งานวิจัยทางสังคมศาสตร์และรัฐศาสตร์ไทยที่ศึกษาเรื่องนี้มีน้อยมาก

งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาอำนาจเชิงโครงสร้างของระบบเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไทย โดยศึกษาประวัติศาสตร์การพัฒนา ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 2530 ซึ่งเป็นช่วงที่อินเทอร์เน็ตไทยเพิ่งเริ่มพัฒนาขึ้น มาสิ้นสุดที่เหตุการณ์รัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ซึ่งรายล้อมด้วยเหตุการณ์สำคัญ 2 ประการ

(1) การที่อินเทอร์เน็ตไทยมีส่วนสำคัญอย่างมากในเหตุการณ์ขับไล่รัฐบาลทักษิณนับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา

2) การเกิดขึ้นของ พรบ.การกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งถือเป็นจุดตัดที่สำคัญยิ่งที่ทำให้อำนาจเชิงโครงสร้างของอินเทอร์เน็ตเปลี่ยนไปอย่างมาก วิธีวิจัยประกอบด้วยการศึกษาเอกสารทั้งชั้นต้นและชั้นรอง รวมทั้งการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง

งานชิ้นนี้ศึกษาโครงสร้างอินเทอร์เน็ตไทย ในลักษณะเมทริกซ์เทคโนโลยีกับอำนาจ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตแบ่งเป็น 3 ชั้น (แถว) คือ ชั้นโครงข่ายพื้นฐาน ชั้นการให้บริการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และชั้นเนื้อหาอินเทอร์เน็ต อำนาจเชิงโครงสร้างของอินเทอร์เน็ตถูกพิจารณาผ่าน 3 มิติ (คอลัมน์) คือ มิติเชิงโครงสร้างเทคโนโลยี มิติเชิงการเป็นเจ้าของหรือการเข้าถึง และมิติเชิงสถาบัน

จากกรอบการศึกษาดังกล่าว งานชิ้นนี้ค้นพบว่า ในมิติเชิงโครงสร้างเทคโนโลยีและมิติเชิงการเป็นเจ้าของ/การเข้าถึงแล้ว อินเทอร์เน็ตในชั้นเนื้อหามีลักษณะการรวมศูนย์และผูกขาดน้อยที่สุด ชั้นการให้บริการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมีการรวมศูนย์ผูกขาดมากขึ้น ในขณะที่ชั้นโครงข่ายพื้นฐานมีการรวมศูนย์ผูกขาดมากที่สุด

ส่วนในมิติเชิงสถาบันนั้น อำนาจทำงานทั้งในรูปแบบทางการและไม่เป็นทางการ ในแง่ทางการนั้น อินเทอร์เน็ตในชั้นเนื้อหาถูกแทรกแซงโดยกระบวนการเชิงอำนาจมากที่สุด โดยเฉพาะในรูปการเซ็นเซอร์หรือบล็อคเว็บไซต์ โดยมีองค์กรควบคุมกำกับ 3 องค์กรหลัก คือ กระทรวงการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตำรวจไซเบอร์ และกรมประชาสัมพันธ์ ขณะเดียวกัน ในมิติเชิงสถาบันนี้ มีกระบวนการ “ถ่วงดุล” อำนาจผ่านกระบวนการยุติธรรมด้วยเช่นกัน ผ่านศาลแพ่ง ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนอำนาจเชิงสถาบันแบบที่ไม่เป็นทางการนั้น ทำงานผ่านการใช้อิทธิพลกดดัน โดยแสดงตัวในชั้นให้บริการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่ อำนาจที่แฝงฝังอยู่ในโครงสร้างของระบบเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไทยดังกล่าวนี้ แสดงตัวออกมาอย่างชัดเจนในช่วงเหตุการณ์การเคลื่อนไหวเพื่อขับไล่รัฐบาลทักษิณระหว่างปี 2548-2549

คำสำคัญ: เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต / อำนาจเชิงโครงสร้าง / เหตุการณ์ขับไล่รัฐบาลทักษิณ 2548-2549

[download เอกสารฉบับเต็ม (PDF: 17 หน้า A4) คลิ๊กที่นี่]


%d bloggers like this: