annotation : การจัดการ “ความจริง” กึ่งศตวรรษปัตตานี

October 30, 2008

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (กำลังจะตีพิมพ์), ความรุนแรงกับการจัดการ “ความจริง” : ปัตตานีในรอบกึ่งศตวรรษ, กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

[อ่าน summary ของบทความนี้]

วิธีการจัดการความจริงให้ “อยู่กับ” สังคมได้โดยไม่รบกวนรากฐานของสังคมมากนัก. ผลของความรุนแรงต่อวิธีการจัดการความจริง. ใช้วิธีวิทยาดวงตาค้างคาวศึกษากระบวนการจัดการ “ความจริง” ต่อ “ปัญหาที่ไม่ลงตัว” เกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดภาคใต้ในรอบ 50 ปีผ่านกรณีศึกษาสำคัญ 4 กรณี คือ กบฎดุซงญอ (2491) ผ่านอนุสาวรีย์ลูกปืน; กรณีหะยีสุหลงหายตัวไป (2497) ผ่านการตั้งมูลนิธิ; กรณีการสังหาร 5 ศพที่สะพานกอตอ (2518-9) ผ่านนวนิยาย; เหตุระเบิดใกล้ที่ประทับของในหลวงและพระราชินีที่ยะลา (2520) ผ่านข่าวหนังสือพิมพ์; “ความจริง” ที่ถูกจัดการผ่านวิธีการ “บอก” บางส่วน และในขณะเดียวกัน การ “บอก” นี้ก็ได้ไป “บัง” บางสิ่งเอาไว้ด้วย; สถานะความเป็น “เรื่องแต่ง” (fiction) ของนวนิยาย ซึ่งมักถูกมองว่า “ไม่จริง” ทำให้ปลอดภัยที่จะบอกกล่าวเรื่องราวที่ “เป็นจริง” ได้ “สมจริง” รอบด้านและตรงไปตรงมามากกว่าวิธีการอื่น

Advertisements

annotation : กระบวนการจัดการความจริง

October 27, 2008

สมบัติ จันทรวงศ์ (2549), “กระบวนการจัดการกับความจริง : การศึกษามิติและพลวัตของความเปลี่ยนแปลงของ “ความจริง” ในสังคมไทย” ใน พวงทอง รุ่งสวัสดิทรัพย์ ภวัครพันธุ์ (2549), สงครามเวียดนาม : สงครามกับความจริงของ “รัฐไทย”, กรุงเทพฯ : คบไฟ. หน้า (9)-(41)

[ดู summary ของบทความนี้]

อธิบาย “ความทรงจำ” ที่ถูกทำให้เงียบและเลือนหายไป โดยใช้เหตุการณ์ความรุนแรงขนานใหญ่ปี 1965 ในอินโดนีเซีย. การคัดค้านอย่างรุนแรงต่อการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อความจริงและการปรองดองแห่งชาติ เพื่อสืบหาความจริงในกรณีติมอร์ตะวันออก อิเรียนจายา อาเจะห์ และเหตุการณ์เมื่อปี 1965 ด้วยเกรงจะเป็นการเปิดบาดแผลของชาติและสนับสนุนให้เกิดการแก้แค้น. ความจริงเชิงข้อเท็จจริง” (Factual Truth) ซึ่งแตกต่างจาก “ความจริงเชิงเหตุผล” (Rational Truth) ในแง่การยืนหยัดไม่สะทกสะท้านต่อการโต้เถียงหรือความเห็นตรงข้ามหรือการประนีประนอมไปตามการหว่านล้อมและการให้เหตุผล และมักถูกอำนาจทางการเมือง “จัดการ” ผ่านการเขียนประวัติศาสตร์เสียใหม่. “ความจริง” ส่วนบุคคล กับการปรับตำแหน่งแห่งที่ของชุด “ความจริง/จำ” ของสังคมที่ต้องสอดคล้องกันเพื่อให้กลับเ้ข้าร่วมเป็นสมาชิก (re+member) ของสังคมได้อย่างสันติ. “ความจริง”/“ประวัติศาสตร์” คนละชุดของผู้คนแห่ง “ปัตตานี” กับ “สยาม”. ยุควัฒนธรรมมุขปาฐะกับ “ความจริง” ที่เป็นความจำอยู่ในตัวบุคคล. วัฒนธรรมการเขียนกับ “ความจำ” ที่ถูกเก็บไว้นอกตัวมนุษย์ ซึ่งต้องอาศัยความเป็นสถาบันเพื่อ “จำ” อดีตผ่านการสร้าง “กาละ” หรือวันสำคัญที่ควรจดจำ และ “เทศะ” หรือกำหนดสถานที่เพื่อสร้างอนุสาวรีย์ รวมทั้งการตั้งมูลนิธิหรือสถาบันโดยใช้ชื่อบุคคลที่ควรจดจำ.


annotation : ประชาธิปไตยอำนาจนิยม

October 27, 2008

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2548ก) “ประชาธิปไตยอำนาจนิยม: ผลของการใช้ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไทย” ใน อุทัย ดุลยเกษม และเลิศชาย ศิริชัย (บ.ก.) ความรู้กับการแก้ปัญหาความขัดแย้ง : กรณีวิกฤติการณ์ชายแดนภาคใต้ (กรุงเทพฯ : สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, หน้า 212-270.

[ดู summary ของบทความนี้]

ประชาธิปไตยไทยและทั่วโลกซึ่งกลายเป็นอำนาจนิยม เหตุการณ์ 28 เมษายน การแปลงความไม่มั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นอุตสาหกรรมที่อุดมไปด้วยทรัพยากร ผลประโยชน์ ทั้งที่เป็นเงินตราและสิ่งอื่น “ข้อเสนอจาตุรนต์” 7 ข้อ เหตุการณ์ตากใบ ลัทธิอำนาจนิยมประชาธิปไตยของธิตินันท์ พงศ์สุทธิรักษ์ ระบอบสมบูรณาญาสิทธิทุนจากการเลือกตั้งของเกษียร เตชะพีระ สิทธิมนุษยชนหลังเหตุการณ์ 9/11 สงครามต่อต้านการก่อการร้ายของจักรวรรดิอเมริกัน รัฐทหาร ความเป็นสังคมเปิดสำนึกแห่งความแน่นอนในสังคมในฐานะความเป็นปกติทางสังคมการเมือง สงครามบริสุทธิ์ที่มีภัยคุกคามความมั่นคงอยู่ตลอดเวลา ยุคของรายละเอียดเชิงปฏิบัติการ การตระเตรียมเพื่อการสงครามตลอดเวลาของทั้งสังคม ความหมดสิ้นความเป็นการเมือง บุคลิกภาพแบบอำนาจนิยมของประชาธิปไตย


annotation : วัฒนธรรมการเมืองอำนาจนิยมปฏิปักษ์ปฏิรูปของระบอบทักษิณ

October 27, 2008

เกษียร เตชะพีระ (2547) “วัฒนธรรรมการเมืองอำนาจนิยมแบบเป็นปฏิปักษ์กับการปฏิรูปภายใต้ระบอบทักษิณ” ใน สมชาย หอมลออ (บ.ก.), อุ้มทนายสมชาย นีละไพจิตร: บทสะท้อนวัฒนธรรมอำนาจนิยมในสังคมไทย, กรุงเทพฯ : คณะทำงานปกป้องนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน, หน้า 3-19

[ดู summary ของบทความนี้]

ปรากฏการณ์ประชาธิปไตยละเมิดสิทธิมนุษยชน รากเหง้าทางความคิดในสังคมไทยที่ไม่เอื้ออาทรต่อสิทธิมนุษยชน 3 ประการ ทัศนะการมองคนแบบสัมบูรณาญาสิทธิ์ทางศีลธรรม การมองประชาชนในชาติแบบร่างกายกับแบบช่วงชั้น ระบอบการเมืองแบบอำนาจรัฐสัมบูรณาญาสิทธิ์กับแบบที่ยึดหลักนิติธรรมหรือหลักรัฐธรรมนูญ. วัฒนธรรรมการเมืองอำนาจนิยมแบบปฏิปักษ์ปฏิรูปภายใต้ระบอบทักษิณ 7 ประการ การสร้าง “เสียงข้างมาก” และ “ผลประโยชน์ส่วนรวม” เสมือนจริง. ผลประโยชน์ทับซ้อนและมาตรฐานสองหน้า. เสียงที่เห็นต่างและผลประโยชน์ของผู้เห็นต่างถูกเบียดผลักให้กลายเป็น “เสียงส่วนน้อย” และ “ผลประโยชน์ของคนข้างน้อย.” สิทธิเสียงข้างน้อยและของบุคคลถูกบิดพลิ้ว ปัดปฏิเสธ กระทั่งบดขยี้ ด้วยกำลังของรัฐได้อย่างชอบธรรม. วาทกรรมและวิธีการของชาตินิยมเผด็จการฝ่ายขวาต่อต้านคอมมิวนิสต์ในอดีต ถูกหยิบยืมมาเวียนใช้ สืบทอดและพัฒนา. การก่อการร้ายโดยรัฐใช้ได้เหมือนในยุคสงครามเย็น. การเมืองภาคประชาชนกลายเป็นการเมืองประเด็นเดียว. สมดุลทางวัฒนธรรมการเมืองภายในระบอบเลือกตั้งประชาธิปไตย ระหว่างการรวมศูนย์ผูกขาดอำนาจกับการจำกัดและกระจายอำนาจ ระหว่างเสียงข้างมากกับเสียงข้างน้อย ระหว่างผู้ปกครองกับพลเมือง ระหว่างรัฐกับบุคคล และระหว่างอำนาจกับสิทธิ


annotation : ชาติพันธุ์และความขัดแย้ง

October 26, 2008

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2539ค), “ชาติพันธุ์และความขัดแย้ง” ใน สันติฤษฎี\วิถีวัฒนธรรม, กรุงเทพฯ : โกมลคีมทอง (พิมพ์ครั้งแรก 2529).

[ดู summary ของบทความนี้]

ลักษณะสำคัญของความขัดแย้งเชิงชาติพันธุ์ทั่วโลกปลายศตวรรษที่ 20 อันเกิดจากความเกลียดชังหยั่งรากฝังลึกยาวนาน และความรุนแรงชนิดเหลือประมาณ. การเปลี่ยนจากคำถามว่า “คุณอยู่ข้างไหน?” ในความขัดแ้ย้งยุคสงครามเย็น มาเป็น “คุณคือใคร?” ลักษณะเด็ดขาดและเอื้อต่อการใช้ความรุนแรงของความขัดแย้งเชิงชาติพันธุ์ บ่วงกรรมที่ร้อยรัดคนรุ่นหลังผ่านประวัติศาสตร์แห่งความรุนแรง การแก้ไขความขัดแย้งด้วยวิธีสามัญ การเจรจาปกติ การใช้อนุญาโตตุลาการ. การลดทอนพลังอำนาจของประวัติศาสตร์แห่งความเกลียดชังและปัจจุบันแห่งการเข่นฆ่า. การ “เสริม-ป้อง” (provention) ตามแนวคิดของ John Burton. การเมืองแห่งการให้อภัย การเมืองแห่งความเมตตา


annotation : ความรุนแรงกับมายาการแห่งอัตลักษณ์

October 26, 2008

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2539), “ความรุนแรงกับมายาการแห่งอัตลักษณ์” ใน สันติฤษฎี\วิถีวัฒนธรรม, กรุงเทพฯ : โกมลคีมทอง (พิมพ์ครั้งแรก 2529).

[ดู summary ของบทความนี้]

อภิปรายข้ออ้างที่มนุษย์ใช้รองรับในการใช้ความรุนแรงผ่านการแบ่ง “พวกเขา” ออกจาก “พวกเรา” 4 ประเภท ได้แก่ การยึกชนชั้นตนเป็นหลัก การยึดศาสนาตนเป็นศูนย์กลาง ลัทธิเชื้อชาตินิยม และลัทธิชาตินิยม. เสริมด้วยแนวคิดเชิงจิตวิทยาเรื่อง “การแยกประเภทเทียม” ของ Erik Erikson ซึ่งทำให้เกิดการกดฝ่ายที่แตกต่างจาก “กลุ่มเรา” ลงไปจากระดับความเป็นมนุษย์สปีชี่ส์เดียวกัน. ยกกรณีสุดโต่งของการสร้างอัตลักษณ์และสร้างการแยกประเภทเทียม โดยอธิบายถึงวิธีการฝึกหน่วยกล้าตายของรัฐนาวีสหรัฐ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ หนึ่ง คัดเลือกผู้มีบุคลิกก้าวร้าวอย่างชืดชา การฝึกลดความรู้สึกที่มนุษย์มีต่อความรุนแรง การทำให้ศัตรูไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ.


annotation : เป็นทั้ง “เหยื่อ” และ “ฆาตรกร”?

October 25, 2008

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2546) “เป็นทั้ง “เหยื่อ” และ “ฆาตรกร”? ” ใน อาวุธมีชีวิต, กรุงเทพฯ : ฟ้าเดียวกัน. หน้า 77-110. (เผยแพร่ครั้งแรก ปี 2543)

[ดู summary ของบทความนี้]

ศึกษาปรากฏการณ์ความรุนแรงในสังคมไทยที่ทั้งฝ่ายที่เป็นเหยื่อและฝ่ายผู้ใช้ความรุนแรงล้วนเป็นเด็กด้วยกันทั้งคู่ โดยชี้ว่าเป็นผลจากการที่เด็กที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงทั้งในระดับบุคคล ระดับโครงสร้าง และระดับวัฒนธรรม ได้หลุดเข้าสู่วงล้อแห่งความรุนแรง (cycle of violence) แล้วกลายมาเป็นผู้ก่อความรุนแรงเอง. ปัญหาที่ตามมาจากการที่เด็กเหล่านี้ไม่สามารถกลับเข้าสู่ชีวิตปกติแบบเดิมในชุมชนได้อีกต่อไป เพราะชุมชนหวาดกลัว. ความท้าทายของการหาวิธีที่สังคมจัดความสัมพันธ์กับเด็กเหล่านี้


%d bloggers like this: