annotation : รายงานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาาติ

November 9, 2008

คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (2549) เอาชนะความรุนแรงด้วยพลังสมานฉันท์, กรุงเทพฯ : คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ. (รายงาน กอส.)

[ดู summary ของรายงานนี้]
[ดูรายงานฉบับเต็ม ฉบับภาษาไทย/ฉบับภาษาอังกฤษ]

เป็นงานชิ้นสำคัญที่สุดและเป็นหมุดหมายความก้าวหน้าของสันติวิธีในสังคมไทยมากที่สุด ประมวลทั้งแนวคิดเกี่ยวกับความรุนแรงและการไม่ใช้ความรุนแรงที่ค่อยๆพัฒนาคลี่คลายเรื่อยมาให้สังคมไทย เพื่อนำมาใช้กับสถานการณ์จริงของความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้อีกครั้ง สาระสำคัญ คือ การวิเคราะห์ความรุนแรงแบบวินิจฉัยโรคโดยใช้แนวคิดชั้นความรุนแรงเพื่อวิเคราะห์แยกแยะปัจจัยของความรุนแรงทั้งในระดับบุคคล ระดับโครงสร้าง (การบังคับใช้กฎหมาย, เศรษฐกิจท้องถิ่น, การศึกษา, ประชากร และภูมิศาสตร์ชายแดน) และระดับวัฒนธรรม (ภาษา ศาสนา และประวัติศาสตร์); และการพยากรณ์โรคและเสนอมาตรการแก้ไข โดยแบ่งตามระดับชั้นความรุนแรง

Advertisements

annotation : แนวคิดสมานฉันท์

November 9, 2008

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2549) “ทำความเข้าใจแนวคิด “สมานฉันท์” ” ใน อาวุธมีชีวิต : แนวคิดเชิงวิพากษ์ว่าด้วยความรุนแรง, พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน

[ดู summary ของบทความนี้]

เสนอแนวทางสันติวิธีสำหรับจัดการปัญหาหลังความรุนแรงอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมกับข้อสรุปที่ได้จากกรณีศึกษาคณะกรรมการสัจจะหรือคณะกรรมการสมานฉันท์ของประเทศต่างๆ แล้วพัฒนาขึ้นเป็นหลักการว่าด้วยแนวคิดสมานฉันท์ขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการทำงานและการยื่นข้อเสนอต่างๆของคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติ 9 ประการ ได้แก่ การเปิดเผย “ความจริง”, ความยุติธรรม, ความพร้อมรับผิด, การให้อภัย, การเคารพความหลากหลายทางศาสนา วัฒนธรรม, สันติวิธี, การเปิดพื้นที่ให้ความทรงจำที่เจ็บปวด, มุ่งแก้ปัญหาในอนาคตด้วยจินตนาการ, และ การยอมรับความเสี่ยงทางสังคมเพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน. สรุปเพิ่มเติมลักษณะของกระบวนการสมานฉันท์ในสังคมอาหรับ-มุสลิมเพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับกรณีมลายู-มุสลิมในสังคมไทย พร้อมกับกำกับเงื่อนไขที่ทำให้แนวคิดสมานฉันท์สำเร็จได้ ซึ่งเป็นข้อแตกต่างของกรณีการทำงานสมานฉันท์ในปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ของไทยกับของประเทศอื่น


annotation : อภัยวิถี/การเมืองแห่งการให้อภัย

November 9, 2008

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2543) อภัยวิถี : มิตร ศัตรู และการเมืองแห่งการให้อภัย, กรุงเทพฯ : สถาบันปรีดี พนมยงค์.

[ดู summary ของบทความนี้]

ขยายแนวคิดสันติวิธีในฐานะเครื่องมือจัดการความขัดแย้งและความรุนแรง ไปสู่การจัดการกับอดีตแห่งบาดแผล ความเจ็บปวด และความทุกข์ทรมานจากเหตุการณ์ความรุนแรงชนิดหนักหนาสาหัส สำหรับสังคมการเมืองที่ไม่ประสงค์จะอยู่ด้วยกันต่อไปอย่างเป็นศัตรูกัน ใช้แนวคิดเรื่องการให้อภัยเืพื่อเป็นอิสระจากพันธนาการแห่งอดีต จากงานเรื่อง The Human Condition ของ Hannah Arendt แล้วเสนอแนวคิดการเมืองแห่งการให้อภัย ซึ่งมี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างเหยื่อกับผู้กระทำต้องเสมอกัน; (2) เวลาและความทรงจำ ชนิดที่ให้อดีตผ่านเข้ามาในปัจจุบันอย่างอิสระ แต่ไม่ปล่อยให้ความทรงจำนั้นแข็งตัวจนกลายเป็นปราการสกัดมิให้ชีวิตปรกติในปัจจุบันเป็นไปได้’ และ (3) ความยุติธรรมที่มีผลในทางการเปลี่ยนแปลง ก่อกำเนิดและดำเนินไปคู่กับการให้อภัย เปิดพื้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณีขึ้นใหม่ โดยไม่ใช่ในฐานะศัตรู แต่เป็นผู้ให้อภัยและผู้ได้รับการให้อภัย


annotation : ความรุนแรงกับกาลเวลา

November 5, 2008

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2549ค) “ความรุนแรงกับกาลเวลา” ปาฐกถาเนื่องในวาระ 30 ปี 6 ตุลา เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2549.

[อ่านฉบับเต็ม]

อ้างคำพูดของธงชัย วินิจจะกูลที่มีต่อเหตุการณ์ เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ในสามช่วงวัย ตั้งคำถามว่าเวลาทำอะไรกับความรุนแรง? และความรุนแรงทำอะไรกับเวลา? ตอบว่าความรุนแรง “แช่แข็ง” และ “ลบเลือน” กาลเวลา ส่วนกาลเวลานั้น ทำให้ความรุนแรง “ซีดจางลง” กล่าวถึงว่าสังคมไทยจะ “อยู่กับ” เหตุการณ์รุนแรงเช่นได้อย่างไร โดยเสนอมโนทัศน์เรื่องกาลเวลาในแบบอิสลาม


annotation : อารยะขัดขืน

November 5, 2008

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ (2549) อารยะขัดขืน (กรุงเทพฯ : มูลนิธิโกมลคีมทอง)

[ดู summary ของบทความนี้]

แก้ไขมายาคติว่าด้วย civil disobedience โดยเสนอว่า civil disobedience มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายหรือนโยบาย” แต่ไม่มุ่งเปลี่ยนแปลงทั้งระบอบการปกครอง เพราะกำหนดให้กระทำเฉพาะในกรณีสังคมที่ใกล้จะเป็นธรรม แต่มีการละเมิดความยุติธรรมอยู่บ้าง. civil disobedience มิได้มุ่งทดแทน แต่เสริมประชาธิปไตยในระบบตัวแทนให้เข้มแข็งขึ้น. และการให้รับรอง civil disobedienceไว้ในกฎหมายเป็นการลดทอนพลังทางมโนธรรมสำนึกและความหมายทางการเมืองของ civil disobedience ไปเสีย. ถกเถียงคำแปลไทยของ civil disobedience ว่าอารยะขัดขืนไม่ใช่การดื้อแพ่ง โดยวิเคราะห์ความเหมาะสมของการใช้คำว่า “อารยะ” และ “ขัดขืน” แทน. อภิปรายงานปรัชญาอารยะขัดขืนคลาสสิคเรื่อง “ไครโต” ของเพลโต “ต้านอำนาจรัฐ” ของ Henry David Thoreau และ จดหมายจากคุกเบอร์มิงแฮม ของ Martin Luther King


annotation : สิทธิการดื้อแพ่งต่อกฎหมาย

November 4, 2008

สมชาย ปรีชาศิลปกุล (2543) สิทธิการดื้อแพ่งต่อกฎหมาย, กรุงเทพฯ : สถาบันพัฒนาการเมือง

[ดู summary ของบทความนี้]

ถกเถียงถึงความถูกผิดของการใช้ความรุนแรงในการประท้วง การชุมนุมประท้วงทั้งที่เหลื่อมๆต่อกฎหมายและผิดกฎหมาย และสลายการประท้วงด้วยความรุนแรง. นิยามการดื้อแพ่งต่อกฎหมายบนฐานแนวคิดเรื่องสิทธิและประชาธิปไตยแบบทางตรง. เสนอองค์ประกอบของการดื้อแพ่งต่อกฎหมาย เพื่อชี้ให้เห็นว่าแตกต่างจากอาชญากรรม การต่อต้านแบบสงครามกองโจร การก่อวินาศกรรม การกบฏ หรือการยึดอำนาจทางการเมืองด้วยกำลัง. วิเคราะห์เรื่องการฝ่าฝืนกฏหมายบางฉบับ แต่ยังเคารพกฎหมายโดยรวมอยู่ ของการดื้อแพ่งต่อกฎหมาย และเสนอว่ารัฐไม่ควรลงโทษบุคคลเหล่านี้ แต่ควรรับรองสิทธิการดื้อแพ่งต่อกฎหมายไว้ในกฎหมาย เพื่อให้คนมีทางเลือกในกรณีที่ภาระหน้าที่ตามกฎหมายนั้นขัดกับมโนธรรมส่วนบุคคล และสุดท้ายเสนอข้อจำกัดของการใช้การดื้อแพ่งต่อกฎหมาย.


annotation : สันติวิธี วิถีอารยะ

November 2, 2008

พระไพศาล วิสาโล (2549) สันติวิธี วิถีอารยะ, กรุงเทพฯ: โกมลคีมทอง

[ดู note ของบทความนี้]

วิธีการโต้ตอบทั่วไป 3 วิธีเมื่อคนถูกรังแก คือ การยอมจำนน ใช้ความรุนแรง ใช้สันติวิธี พลังทางการเมืองในฐานะพลังนัยลบของสันติวิธี ซึ่งทำงาน 3 ด้าน ได้แก่ กระทำต่อฝ่ายตรงข้ามผู้มีอำนาจ กระตุ้นให้ฝ่ายที่สามเพิกถอนความร่วมมือกับผู้ใช้อำนาจ เพิ่มพูนอำนาจให้แก่ผู้ใช้สันติวิธี. พลังทางใจในฐานะพลังนัยบวกของสันติวิธี ที่ไม่เพียงไม่มุ่งร้าย แต่ตั้งมั่นในความรัก ความปรารถนาดี มีเมตตาธรรมและขันติธรรม ยึดมั่นในสัจจะและความดีงามอีกด้วย มองคู่กรณีเป็นเพื่อนมนุษย์ พร้อมเปิดใจรับฟัง กล้าหาญพอที่จะยอมรับความทุกข์ทรมานเพื่อยืนหยัดในสัจจะของตนให้อีกฝ่ายรับรู้. มายาคติเกี่ยวกับสันติวิธีที่ว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ใช้สันติวิธีตอบ การรุกรานจีนและเกาหลี เมื่อปี 2474-2488 ในฐานะสงครามอันเปี่ยมด้วยเมตตาชาวพุทธในญี่ปุ่น


%d bloggers like this: